BB_BlackBody's profile,.~~'*'wait for you spac...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 28 6 วิธีทำให้หายคิดถึง
คู่รัก 10 แบบ
September 18 ข้อคิดชีวิตรัก...
June 29 ._อยากลืม หมายถึง ไม่มีวันลืม _.
ลองได้ยินใครพูดว่า ไอ้ที่อยากลืม...ก็คงเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่... ถ้าใครบอกว่า " ทำวันนี้ให้ดีที่สุด"
เพราะเมื่อไหร่ที่ "จำไปแล้ว" "จำไว้เลย ว่า ไม่ มี วัน ลืม " June 17 10 วิธี relax หัวใจให้หายเหนื่อยเพราะรักถ้าเหนื่อยนักก็จงหาเวลาพักเสียบ้าง วิธีนี้อาจจะใช้ได้กับอาการเหนื่อยทางกายเท่านั้น แต่สำหรับคนที่เหนื่อยทางใจก็คงต้องคิดหาวิธีกันร้อยแปด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่วันนี้ ทริคดีฯ จะทำให้คนที่เหนื่อยใจกับความรักกลับเฟรชขึ้นมาได้ง่ายนิดเดียว เพียงคุณทำตามวิธีการ relax หัวใจด้วยตัวเอง ลองดูนะคะ ... *หยุดโทร คุยหรือเจอหน้าคนที่ทำให้เฮิร์ตสักพัก แล้วอยู่กับตัวเองเงียบๆ อาจจะทำให้มีเวลาทบทวนสาเหตุของความเหนื่อย *ถ้าจำเป็นต้องเจอกันทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ให้พยายามพักปากและอารมณ์ด้วยการพูดให้น้อยที่สุด อย่าพูดถึงเรื่องที่มีความเห็นไม่ตรงกัน และพยายามยิ้มให้กันแทนคำพูดก็ได้ไม่เสียหาย *หาเพื่อนที่นิสัยดีๆ เข้ากันได้กับคุณ มาเป็น ก.ข.ค. เพื่อทำหน้าที่เป็นกรรมการคอยห้ามทัพเวลาที่เธอกับเขาจะปะทะคารมกัน แต่อย่าเลือกคนที่ไม่เป็นกลางเพราะมันจะทำให้เรื่องยุ่งไปกันใหญ่ *แยกย้ายกันไปทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ เมื่อจิตใจได้ relax แล้วความรู้สึกแย่ๆ ในใจก็จะคลายลงไปเอง แต่อย่าประชดรักด้วยการมีกิ๊ก เพราะเหตุการณ์มันอาจแย่ลงมากกว่าเดิม *ปรึกษาผู้ใหญ่ที่น่ารัก บางทีอาจจะได้แง่คิดที่น่าพอใจ มุมมองใหม่ๆ มาปรับใช้กับตัวเองด้วย ซึ่งอาจจะทำให้คุณประสานร้อยร้าวด้วยก็ได้ *ถ้าไม่มีผู้ใหญ่มาเป็นที่ปรึกษาจริงๆ อาจเลือกเพื่อนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเราและเขาเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ที่ดี แต่ก็ต้องระวังอย่าเปิดเผยความลับส่วนตัวให้คนแปลกหน้ารู้ เพราะเราอาจจะถูกหลอกอีกก็เป็นได้ *ถ้าอยู่ในอารมณ์ที่ไม่อยากเจอหน้าและได้ยินเสียงใคร แม้แต่เพื่อนๆ ก็ไปเที่ยวคนเดียวซะเลย แต่การไปคนเดียวก็ต้องระวัง เพราะมีภัยอยู่รอบตัว *ร้องไห้ออกมาให้มากที่สุด เพราะมันเป็นการปลดปล่อยได้ง่ายที่สุด แต่อย่าคิดทำร้ายตัวเองเพื่อประชดความรัก เนื่องจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นการทำลายคุณค่าของตัวเองด้วย *ระบายออกมาโดยการเล่นกีฬา ตบลูกแรงๆ ซึ่งบางทีมันทำให้เราหายเครียดไปได้ระยะหนึ่ง แต่จริงๆ ก็อย่าเล่นกีฬาประเภทรุนแรงเกินไปเพื่อประชดรัก * เรียกเพื่อนๆ มาช่วยกันทำกิจกรรม relax เช่น การต่อ jigsaw หรือเลือกทำกิจกรรมอื่นๆ แต่ที่ใช้ระยะเวลาไม่นานเกินไป May 18 คำว่า "ฉันรักเทอ" ของแต่ละประเทศ
May 15 4 อ. คาถารักษารักให้ยั่งยืน
รัก 4 แบบที่ไม่ควรเอาอย่าง
May 05 6 วิธีรับมือกับ คำวิจารณ์บนเวทีAF เราได้ยินบรรดาผู้เชี่ยวชาญพ่นคำวิจารณ์ออกมามากมาย
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คำวิจารณ์นำความเจ็บปวดมาให้มากกว่านั้น
และอาจทำให้เราเสียศูนย์ได้ง่ายๆ ถ้าไม่รู้จักรับมือกับมัน
เคยมีคนพูดไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรดีแค่ไหน
คุณก็ไม่อาจทำให้ทุกคนพึงพอใจได้ไปหมด
และคนจำนวนมากก็มีความสุขที่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยของตนเองออกมา
พวกเขาอาจเชื่ออย่างจริงใจว่ากำลังทำสิ่งที่ดีๆ
แก่คุณ ด้วยการเสนอคำวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์
หรือมันอาจเป็นแค่การเหยียบย่ำคุณเพื่อให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นก็ได้
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
คำวิจารณ์ทุกชนิดล้วนเจ็บปวดแต่เนื่องจากคนเราไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ท่าทีของคุณในการรับคำวิจารณ์และนี่คือขั้นตอนง่ายๆ
ในการรับมือคำวิจารณ์อย่างสง่างาม
1.หยุดสักครู่หนึ่ง
เพื่อให้อาการเจ็บแสบจากคำวิจารณ์บรรเทาลง
หายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะทำอะไรก็ตาม
มันสำคัญอย่างมากที่จะต้องไม่ตอบโต้อะไรออกไปก่อนที่คุณจะสงบอกสงบใจได้
2.ขอความชัดเจน
ถ้าคำวิจารณ์เป็นจริง คนวิจารณ์ควรสามารถให้เหตุผลยืนยันในสิ่งที่พวกเขาพูดได้
และนั่นคือสิ่งที่คุณจะสามารถตอบโต้ได้
3.ใครเป็นคนวิจารณ์ ?
เป็นคนที่มีอำนาจในเรื่องนั้นหรือเปล่า?
ถ้าไม่ มันก็อาจเป็นการเหยียบย่ำคุณเพื่อเพิ่มความมั่นใจของพวกเขาก็ได้
4.ถามตัวเองว่าคำวิจารณ์นั้นยุติธรรมกับคุณหรือไม่
ถ้าคำวิจารณ์ยุติธรรมกับคุณ การพูดว่า
“โอ.เค. ฉันยอมรับ” จะทำให้คุณดูดีขึ้น แต่ถ้าไม่
คุณก็มีเหตุผลที่จะแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างหนักแน่นและสงบ
5.ใช้ความอึมครึมในการเบี่ยงเบนคำวิจารณ์
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตอบสนองต่อคำวิจารณ์
ด้วยการใช้คำตอบแบบที่ไม่ผูกมัด เช่น
“อืม ฉันคิดว่าคุณก็มีประเด็นอยู่ในเรื่องนั้น”
6.อย่าใช้คำใวิจารณ์ตอบโต้กลับเพื่อทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น
การยกความล้มเหลวของพวกเขามาตอบโต้อาจทำให้คุณรู้สึกสะใจ
แต่ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลย
April 22 สิ่งที่ดีที่สุด![]() เทออยากฟังไหม ฉันมีอะไรอยากจะบอก
ที่เทอเคยถาม เฝ้าถามกันเรื่อยมา
มันคือสิ่งไหน ที่หัวใจฉันมีค่า
ตลอดเวลาคือสิ่งนี้
เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจ
ของฉันมีความสุขได้อย่างนี้
สิ่งที่ดีที่สุด คือการได้พบเทอ
ได้ดูแลเทอ ได้รักเทอหมดใจ
อยากบอกเทอซักหน่อย
บอกให้เทอรู้ใจ ว่าโชคดีแค่ไหน
ได้พบคนอย่างเทอ
ได้ยินฉันไหม นั่นคือความในใจอยากจะบอก
ตลอดเวลาคือสิ่งนี้
![]() March 11 รัก 6 ประเภทวันนี้มีรูปแบบของความรักมาฝากให้คิดกันค่ะว่า ความรักของคุณในตอนนี้นั้นเป็นแบบไหนกัน 1. ความรักแบบเสน่หา (Eros) ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต แม้จะไม่มากพอที่จะทำลายตนเอง รู้สึกถูกใจอีกฝ่ายตั้งแตแรกเห็นคล้ายรักแรกพบ ความดึงดูดใจซึ่งกันและกันแสดงออกมาทั้งคำพูดและการแสดงความใกล้ชิด อยากเจอกันทุกวันถ้าเป็นไปได้ วาดฝันเกี่ยวกับอีกฝ่ายไว้งดงามและไม่ได้คาดการณ์ถึงอุปสรรคใด ๆ คู่รักประเภทนี้พยายามพัฒนาสัมพันธภาพกับคู่ของตนอย่างรวดเร็ว โดยการ เปิดเผย ซื่อสัตย์ และจริงใจ ใส่ใจคู่รักมากเป็นพิเศษ แต่ไม่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหรือกลัวว่าจะมีคู่แข่ง 2. ความรักแบบไม่ผูกมัด (Ludus) ความรักเป็นเกมชนิดหนึ่งเพื่อความบันเทิงของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการ ผูกมัด สามารถผลัดเปลี่ยนคู่ไปได้เรื่อยๆ พยายามที่จะไม่สร้างความผูกพันทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งกับใคร เพื่อรักษาความเป็นอิสระของตน ถึงแม้จะไม่ต้องการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด แต่การโกหกและความไม่จริงใจถือว่าเป็นการเล่นตามกติกา ที่มีความรักแบบนี้จะไม่หึงหวงหรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และอาจเห็นชอบให้คู่ของตนมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ของตน 3. ความรักแบบมิตรภาพ (Storge) ความรักพัฒนามาจากมิตรภาพ เป็นความรู้สึกรักใคร่อันเนื่องมาจากการคบหากันมาเป็นเวลานาน ไม่ได้มีความ รู้สึกตื่นเต้น เร่าร้อน แต่เน้นการที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกันและมีกิจกรรมร่วมกัน ความรักเป็นสิ่งที่มั่นคงที่ผนวกเข้าไปกับการดำรงชีวิตตามปกติ 4. ความรักแบบลุ่มหลง (Mania) ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะใฝ่หาความรัก แต่เชื่อว่าความรักเป็นความเจ็บปวด ปรารถนาความใกล้ชิดและต้องการความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ต้องการให้คู่รักของตนแสดงความรักมากกว่าปกติ เมื่อใดที่คู่ไม่ได้แสดงความใส่ใจ หรือไม่แสดงความรัก ตามที่ปรารถนาอาจจะทำร้ายตนเพื่อเอาชนะความรัก คู่รักประเภทนี้เชื่อว่าเมื่อปราศจากความรักจากอีกฝ่าย ชีวิตก็ไม่มีคุณค่าอีกต่อไป 5. ความรักแบบมีเหตุผล (Pragma) เป็นความรักที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความเป็นจริง ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะแสวงหาคู่ที่เหมาะสมกับตนมากที่สุด เชื่อว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นก็ต่อเมื่อคู่รักสามารถตอบสนอง ความต้องการพื้นฐานของกันและกัน ได้แสวงหาคนที่มีลักษณะคล้ายตนหรือต่างจากตน แต่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด การเลือกคู่จะมีลักษณะคล้ายรักเผื่อเลือก ทั้งนี้ก็เพราะคาดหวังสัมพันธภาพที่ยั่งยืน 6. ความรักแบบเสียสละ (Agape) เป็นความรักที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ต้องการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับมีความห่วงใย และคำนึงถึงความสุขของคู่รักเป็นสำค ัญ โดยไม่ใส่ใจกับความต้องการของตนเอง "การให้" เป็นปัจจัยสำคัญของความรักแบบนี้ นักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาพบว่า ในชีวิตจริงคู่สมรสจะมีรูปแบบความรักที่คล้ายคลึงกัน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคู่ที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับคู่ที่เลิกราไป พบว่าประเภทแรกจะมีความรักแบบเสน่หาสูงกว่า และมีความรักแบบไม่ผูกมัดต่ำกว่าประเภทหลัง รูปแบบของความรักอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และลักษณะของบุคคลที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย March 09 "รัก" ยังไงให้ยาวนาน!? หมั่นแลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อยๆ เอาแต่ที่สร้างสรรค์และจรรโลงโลก
เพราะเวลาคุยกันนี่ไม่เหมาะกับการโต้เถียงใดๆ
กล้าหาญกับความรู้สึก ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน สนุกสนานร่าเริง เจ็บช้ำน้ำใจ เพ้อฝัน ไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผลความถูกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
คุณควรจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณกับคนที่อยู่ข้างตัวบ้าง
คิดจะพูดอะไรก็พูด เป็นการพูดเพื่อสร้างสรรค์ตัวเราเอง เช่น ฉันคิดจะทำ..ฉันรู้สึกว่า..พยายามหลีกเลี่ยงคำถามที่ทำให้ตัวเองไร้สมอง
หรือดูไม่มีความมั่นใจในตัวเอง อย่าลืมค่อยพูดค่อยจาภาษาดอกไม้ พูดกันดีๆ
ใครก็ชอบคนพูดดีกันทั้งนั้น อย่าพูดจุดชนวนสงครามกลางเมืองเป็นอันขาด
มีการให้เวลานอก เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มอึดอัด เบื่อหน่ายหรือเกิดการขัดแย้งที่ชักจะบานปลายเป็นเรื่อง หรือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ไม่มีการกดดันกันให้เวลาเพื่อพัก
โดยไม่ถามเหตุผล ให้โอกาสในการพูดเล่าเรื่องราวต่างๆ ของแต่ละคนตามความพร้อม
ฟังกันบ้าง เรื่องของความรักมักต่างคนต่างพูด ต่างไม่ฟังกัน ทำให้ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด ถ้ารู้จักฟังจะทำให้ความเข้าใจตรงกัน เมื่อไม่เข้าใจกันก็จะได้ถาม
ได้อธิบาย ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น
เพิ่มรักให้เหนียวแน่น มีความรักเป็นทุนไว้แล้ว แต่ไม่มีการเติมลงไป ก็ทำให้ทุนหายกำไรหดได้ ต้องมีการเติมความรักอยู่เรื่อยๆ สม่ำเสมอ ให้ความรักเพิ่มพูนด้วยวิธีการต่อไปนี้
เอ่ยชมกันและกันบ่อยๆ การเอ่ยชมคนรักบ่อยๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกดีเท่านั้น แต่จะมีผลในแง่ความรู้สึกของคนที่ชมด้วย เพราะก่อนจะชมเราจะต้องคิดว่าเขามีอะรไดีที่จะให้ชมได้บ้าง ถ้ายิ่งชมเขาบ่อย
จะทำให้เราคิดถึงข้อดีของเขาได้บ่อยๆ เช่นกัน แล้วจะทำให้รักกันมากขึ้น
แต่นึกๆ แล้วไม่มีข้อดีให้ชมเลย แสดงว่าอาการนี้น่าเป็นห่วงแล้ว
หัดใจเย็นมากขึ้น เมื่ออารมณ์ขุ่นมัว ต้องตั้งสติไว้เสมอ ถ้าเราทำอะไรลงไปตอนที่อารมณ์ขุ่นมัว จะทำให้ผลีผลามและตัดสินใจอะไรผิดๆ ได้ง่าย การทำตัวเย็นจะทำให้ฝ่ายเกรงใจ
คอยตักเตือนในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า ก็อย่าลืมคอยเตือนเขาไว้บ้าง เตือนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ไปตำหนิเขา เดี๋ยวจะระเบิดเอาง่ายๆ
เมื่อทะเลาะกันไม่มีคำว่าฉันหรือเธอ แต่ความเป็นคำว่าเราทั้งคู่ จะทำให้รู้สึกว่าทั้งสองคนยังมีค่าพอสำหรับกันและกัน อย่างน้อยก็ยังไม่แบ่งแยกแบบตัวใครตัวมัน จะทำให้ดีกรีความรุนแรงเมื่อทะเลาะกันน้อยลง
ขอร้องเมื่อต้องการ...ไม่ใช่สั่ง หลายเรื่องที่บางครั้งเราไม่พอใจและอยากให้เขาเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ถูกใจเรา ให้ขอร้องเราดีๆ ด้วยเหตุผล อย่าสั่งเด็ดขาด February 23 ความรักของผักชีและต้นหอมก่อนกาลนานมาแล้ว... เจ้าชายผู้สง่างามแห่งอาณาจักรต้นหอมมีใจรักมั่นอยู่กับเจ้าหญิงแสนหวานแห่งเมืองผักชี แต่ความรักของทั้งสองนั้นมีอุปสรรคมากมาย " ไม่มีทางที่ต้นหอมจะรักกับผักชีได้ พันธุ์ผักชีต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นนั้นรึจะมาเทียบชาวต้นหอมที่สูงส่งอย่างพวกเรา" ราชาต้นหอมยื่นคำขาด ส่วนราชาแห่งเมืองผักชีนั้นเล่าก็หมายตาเจ้าชายจากเมืองใ กล้ๆเอาไว้ให้เจ้าหญิงเช่นกัน "เจ้าชายคึ่นช่ายเหมาะกับลูกมากที่สุด แข็งแรง ซื่อตรง และสูงสง่า ไม่แพ้เจ้าชายต้นหอมเลย" ราชาผักชีพยายามหว่านล้อมเจ้าหญิง แต่ก็ไม่เป็นผล ถึงแม้จะถูกขัดขวางจากครอบครัวของทั้งสองฝ่าย แต่เจ้าชายและเจ้าหญิงก็ยังแอบมาพบกันเสมอในสวนเล็กๆแห่งหนึ่ง "จะมีที่ไหนในโลกอีกมั้ย ที่เราจะอยู่เคียงคู่กัน โดยไม่มีใครขัดขวาง" เจ้าหญิงผักชีเอ่ย "ไม่ว่าไกลแสนไกลเพียงใด อยากลำบากเพียงไหน เราก็จะไปให้ถึงดินอดยอห่งนั้นให้จงได้" เจ้าชายให้คำมั่น ทั้งสองจึงวางแผนกันว่าจะแอบหนีไปด้วยกันในวันที่พระจันทร์เต็มดวง เมื่อถึงวันนัดหมาย ทั้งคู่พากันเดินทางไปจนเกือบจะพ้นดินแดนต้นหอม แต่ที่ตรงสุดเขตแดนนั้นเอง มีกองทหารของพระราชาต้นหอมเฝ้ายามอยู่อย่างแข็งขัน "เราจะผ่านทหารเหล่านี้ไปได้อย่างไรกัน" เจ้าหญิงกระซิบอย่างหวาดวิตก "อย่ากลัวไปเลย ยังมีอีกทางหนึ่งซึ่งจะพาเราออกจากดินแดนต้นหอมได้ แค่ไต่อ้อมไปทางหน้าผาที่ติดทะเลเท่านั้น" เจ้าชายอธิบาย "รับรองว่าไม่มีใครตามไปถูกแน่ๆเพราะทางออกด้านนี้เป็นความลับที่เคยใช้กันในสมัยปู่ของปู่เมื่อนานมาแล้ว" เจ้าชายกับเจ้าหญิงเดินทางต่อไปจนถึงทางออกสู่ทะเล แต่ที่แห่งนั้นอุปสรรคสำคัญที่สุดได้คอยทั้งคู่อยู่...พระราชาต้นหอมผู้โกรธเกรี้ยวนั่นเอง "เจ้ากล้าดีอย่างไงจึงขัดคำสั่งพ่อ" ราชาต้นหอมตะโกนก้องพร้อมเอื้อมมาถึงเจ้าชายให้แยกห่างออกจากเจ้าหญิงโดยทันที ด้วยความรีบร้อมผสมกับความโกรธ พระราชาที่อายุมากแล้วเกิดเสียหลักพลัดตกลงไปติดอยู่ตรงซอกหินริมหน้าผา โชคดีที่พระองค์ยังคว้าตัวเจ้าชายไว้ได้ แต่ทว่า...พระราชาต้นหอมที่อวบอ้วน มีน้ำหนักมาก จนทำให้เจ้าชายต้นหอมรูปร่างผอมบาง ที่มีรากฝอยเล็กๆสั้นๆแทบจะยึดลำต้นกับดินไว้ไม่อยู่ ทั้งคู่เกือบจะพลัดตกลงไปในทะเลอยู่รอมร่อ ทันใดนั้นเอง...ลำต้นบอบบาง ทว่ามั่นคงด้วยความรักของเจ้าหญิงผักชีก็โอบล้อมเจ้าชายไว้ด้วยความรัก "อย่าทำเช่นนี้เลย ฉันไม่อยากให้เธอต้องตกลงไปพร้อมเราพ่อลูก ปล่อยมือเสียเถิด" เจ้าชายกล่าวอย่างเป็นห่วง "จะไม่มีใครตกลงไปทั้งนั้น ถึงต้นฉันจะดูบอบบาง แต่รากแก้วของฉันหยั่งลึก ลงไปในดินอย่างมั่นคง ไม่มีวันสั่นคลอน" เจ้าหญิงกล่าวพลางยิ้มหวาน และกอดเจ้าชายแน่นยิ่งขึ้นไปอีก ในเวลาต่อมา เมื่อพระราชาและเจ้าชายได้รับการช่วยเหลือให้กลับขึ้นมาอย่างปลอดภัย พระราชาต้นหอมผู้ยิ่งใหญ่หันไปกล่าวคำขอบใจแก่เจ้าหญิงด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน ก่อนที่จะหันกลับมาประกาศก้องกับทหารและประชานที่ห้อมล้อมว่า "นันแต่นี้...เราจะไม่ขัดขวางความรักระหว่างเจ้าชายต้นหอมและเจ้าหญิงผักชีอีก ขอให้ทั้งสองอยู่เคียงคู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป" พระราชาให้พร และเรื่องราวต่างๆต่อมาก็เป็นไปตามคำกล่าวนั้น เจ้าชายต้นหอมกับเจ้าหญิงผักชีอยู่เคียงคู่กันในทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นดินแดนแคว้นใด แห่งหนตำบลไหน หรือแม้แต่ในชามก๋วยเตี๋ยว และเป็นตัวแทนของความรักอันมั่งคงเสมอมา February 18 เหตุเกิดจากความเหงา...![]() เหตุเกิดจากความเหงา( Emotion Town. ) ขอบคุณ..ระยะทางที่ทำให้เราต้องห่างไกล ขอบใจ..เธอเหมือนกัน ทีเธอเลือกจากฉันไปแสนไกล ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว... เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่ ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ วันนี้..มาพบเธอ ด้วยใจที่เดินอย่างอ่อนล้า ต้องการมาพบหน้า ต้องการจะบอกว่าพึ่งเข้าใจ ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว... เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่ ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ มีคนเคยบอก ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็ไม่รู้คุณค่าสิ่งนั้น เหมือนอย่างตัวฉัน ทีพึ่งรู้ว่าคืนวัน.ที่ผ่านมา ใครคือคนสำคัญ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่ ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ... February 04 ข้อคิดเพื่อชีวิตวันนี้
ข้อคิดเพื่อชีวิตวันนี้ February 03 เรื่องซึ้งๆของหญิงชายและความแตกต่าง
February 02 คติสอนหญิง: นิยามความรัก
อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยล่ะ ลองอ่านดูน๊ะ
February 01 รู้มั้ย... ทำไมฉันถึงรักคุณ![]() 1. ฉันรักคุณ เพราะฉันรู้ว่าคุณจะไม่มีวันจากฉันไป
2. ฉันรักความรู้สึกทุกครั้งเวลาที่เราพูดคุยหรือหยอกล้อกัน 3. ฉันรักในสายตาที่คุณมองฉัน 4. ฉันรักคุณ ทุกครั้งที่ฉันนึกไม่ออกว่าฉันจะต้องอยู่โดยไม่มีคุณ 5. ฉันรักในวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน และพูดคุยกันตลอดทั้งคืน 6. ฉันรักคุณ เพราะฉันรู้ว่าคุณจะอยู่กับฉันทุกเวลาที่ฉันต้องการ 7. ฉันรักความรู้สึกทุกครั้งที่ร่างกายเราแนบชิดกัน 8. ฉันรักคุณ เวลาที่คุณทำให้ฉันหัวเราะ 9. ฉันรักและมีความสุข เวลาที่คุณหัวเราะกับเรื่องตลกของฉัน 10. ฉันรักคุณ เวลาที่คุณคอยประณีประนอมทุกครั้งเวลาที่เราทะเลาะกัน 11. ฉันรักในความเป็นสุภาพบุรุษของคุณ 12. ฉันรักเวลาที่เราดูทีวีด้วยกัน ทั้งที่บางครั้งคุณไม่ได้ชอบรายการทีวีนั่นเลย 13. ฉันรักความอิสระที่คุณมีให้ และไม่เคยเปลี่ยนฉันให้เป็นแบบที่คุณต้องการ 14. ฉันรักคุณ เวลาที่คุณให้เกียรติฉันเสมอ 15. ฉันรักที่จะทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ เพื่อให้คุณมีความสุข 16. ฉันรักเสียงของคุณเวลาที่โทรมาหาฉัน 17. ฉันรักในความฉลาดและความช่างคิดของคุณ 18. ฉันรักคุณ เพราะคุณสามารถเข้าได้กับทุกคนที่รู้จัก โดยเฉพาะกับครอบครัวของฉัน 19. ฉันรักในทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณสนใจ 20. ฉันรักที่จะใช้เวลาแห่งความสุขกับวันพักร้อน กับคนที่ฉันรักเช่นคุณ 21. ฉันรักเวลาที่ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปได้ เมื่อฉันอยู่กับคุณ 22. ฉันรักในความอารมณ์ขันของคุณ 23. ฉันรักเวลาที่คุณทำให้ฉันรู้สึกเป็นคนสำคัญ 24. ฉันรักในการแต่งตัวของคุณ 25. ฉันรักในสิ่งที่คุณเป็น 26. ฉันรักในความเป็นกันเองของคุณ 27. ฉันรักเวลาที่คุณคอยดูแล และเอาใจฉัน 28. ฉันรักในความสามารถของคุณ เวลาที่คุณพาฉันผ่านช่วงเวลาอันเลวร้าย 29. ฉันรักคุณทุกครั้งที่คุณพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะบอกว่า "คุณรักฉัน" 30. ฉันรักและชอบมองเวลาที่คุณตัดผมใหม่ๆ 31. ฉันรักในทุกส่วนของตัวคุณ 32. ฉันรักในความจริงว่าคุณต้องการฉัน และต้องเป็นฉันคนเดียว 33. ฉันรักในความรู้สึกของฉัน เวลาที่ฉันอยู่กับคุณ January 28 ฟัง...ซิ ฟังจังหวะทุกชีวิตมีจังหวะ...ช้า...เร่ง...เร็ว...ล้า...นิ่ง...หยุด...
เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตที่มีความสุขก็คือ...
เราต้องเดินให้ถูกจังหวะของชีวิตในขณะนั้น
จังหวะชีวิตก็เหมือนจังหวะดนตรีมีช้า เร็ว สนุกสนาน
โหยเศร้า...บ้าคลั่ง เมื่อเราต้องโลดเล่นไปตาม
"เพลงชีวิต" เหมือนนักเต้นรำ แน่นอนละ
สิ่งสำคัญคือต้องฝึก เพื่อจะให้เต้นเป็น...เต้นดี
เต้นถูกจังหวะ...เต้นเก่ง
ฝึกข้อแรกคือ "ฟัง" จับจังหวะของเพลงให้ได้
"ทุกขณะ คือจังหวะ ลีลาใหม่ เราต้องพร้อม
ดู / ฟัง...จังหวะใด วิ่ง / เต้น / หยุด
ระวัง ระไวไม่ผิดเพลง" ในชีวิตประจำวันก็เช่นกันนะ
จำเป็นที่เราจะต้องฟัง "จังหวะ" ประจำวันด้วย รู้ว่า "เป้าหมาย"
ของวันนี้คืออะไร ง่ายหรือยาก มีอุปสรรคมั้ย...
ทำอย่างไรจึงจะจัดการให้สำเร็จ ต้องเร่งจังหวะความขยัน
ความใส่ใจลงไปมากน้อยแค่ไหน บางวันจัวหวะจะเนิบนาบ
เพราะต้องการให้เรารอบคอบกับสิ่งที่กำลังตัดสินใจ
ใช้เวลาไตร่ตรองก่อนลงมือเลือก.......
"ช้าช้า แต่อย่าหยุด ค่อยค่อยรุดใจจดจ่อ รอบคอบอย่างรู้รอ
เติมแต้มต่ออย่างช้าช้า" ขณะที่บางวันจังหวะชีวิตจะกระฉับกระเฉง...คึกคัก
ปลุกเร้าชวนให้กระตือรือร้น หรือมี "กิจกรรม" ที่รอให้เราลงมือทำ
ให้ความสนใจแบบ "เต็มร้อย" เหมือนนักกีฬาที่กำลังจะเข้าเส้นชัย...
อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงจุดหมาย ในเวลาอย่างนี้ ถ้าเราเต้น
"ผิดสเต็ป" เฉื่อยชา ผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่เป็นไร
ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง...ในที่สุดเราก็จะเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
ก็คงต้องรอโอกาสหน้าที่จะมาถึง(ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่...ต่อไป)
เมื่อฟังจนจับจังหวะได้แม่นแล้วก็ต้องเต้นให้ลงจังหวะ
เต้นให้ถูกจังหวะ จะเต้นช้า จะหมุนตัว หรือกระโดดโยกไปมา
ก็แล้วแต่ลีลาเพลงในแต่ละวัน หรือในช่วงชีวิตนั้นจะพาไป
เร่งฝีเท้าเมื่อควรเร่ง วิ่งเมื่อควรวิ่ง สนุกกระโดดโลดเต้น
ในยามสนุก...สนาน ผ่อนแรงพักเมื่อรู้สึกเมื่อย
"ทุกขณะ เราต้องฟัง วางจังหวะ...จะไปไหน
รู้ทิศทางกำลังเท้าเท่าทันใจ ก้าวออกไปเมื่อพร้อม...
ย่อมเป็นสุข" |
|
|