BB_BlackBody's profile,.~~'*'wait for you spac...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 05

    "เหตุเกิดจากความเหงา"

     
    May 18

    คำว่า "ฉันรักเทอ" ของแต่ละประเทศ

     
    ภาษาพม่า เรียกว่า จิต พา เด (chit pa de)

    เขมร เรียกว่า บอง สรัน โอน (Bon sro Iahn oon)

    เวียดนาม เรียกว่า ตอย ยิ่ว เอ๋ม (Toi yue em) มาเลเซีย เรียกว่า ซายา จินตามู (Saya cintamu)

    อินโดนีเซีย เรียกว่า ซายา จินตา ปาดามู (Saya cinta padamu)

    ฟิลิปปินส์ เรียกว่า มาฮัล กะ ตา (Mahal ka ta)

    ญี่ปุ่น เรียกว่า คิมิ โอ ไอ ชิเตรุ (Kimi o ai shiteru)

    เกาหลี เรียกว่า โน รุย สะรัง เฮ (No-rui sarang hae)

    เยอรมัน เรียกว่า อิคช์ ลิเบ ดิกช์ (Ich Liebe Dich)

    ฝรั่งเศส เรียกว่า เฌอแตม (Je t'aime)

    ฮอลแลนด์ (ดัชต์) เรียกว่า อิค เฮา ฟาวน์ เยา (Ik hou van jou)

    สวีเดน เรียกว่า ย็อก แอลสการ์ เด (Jag a Lskar dig)

    อิตาลี เรียกว่า ติ อโม (Ti amo)

    สเปน เรียกว่า เตอ เควียโร (Te quiero)

    รัสเซีย เรียกว่า ยาวาส ลุยบลิอู (Ya vas Liubliu)

    โปรตุเกส เรียกว่า อโม-เท (Amo-te)

    จีนกลาง เรียกว่า หว่อ อ้าย หนี่ (Wo ai ni)

    จีนแคะ เรียกว่า ไหง อ้อย หงี (Ngai oi ngi)

    ฮกเกี้ยน เรียกว่า อั๊ว ไอ้ ลู่ (Auo ai Lu)

    ตุรกี เรียกว่า เซนี เซวีโยรัม (Seni Seviyorum)
    May 15

    4 อ. คาถารักษารักให้ยั่งยืน

     

    อ.แรก คือ อ. อดออม
    หมายถึง การรู้จักใช้เงิน และรู้จักออมเงินไว้ พูดง่ายๆ ถ้าผัวหา เมียก็ต้องรู้จักเก็บ หรือช่วยกันหาช่วยกันเก็บ แต่มิใช่ต่างคนต่างเม้มไว้ใช้เอง

    การรู้จักอดออม จะมีส่วนช่วยให้ชีวิตคู่ไม่มีปัญหาเรื่องเงินที่จะนำปัญหาอื่นๆตามมา เป็นการเผื่อเหลือเผื่อขาด และจะทำให้ชีวิตในครอบครัวมีความราบรื่นยิ่งขึ้น

    อ.ที่สอง คือ อดกลั้น
    เมื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนานๆเข้า มักหนีไม่พ้นมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้างตามธรรมดาของลิ้นกับฟัน

    ถ้าต่างฝ่ายต่างมีความอดกลั้น รู้จักสะกดอารมณ์ไว้ รอให้ใจเย็น แล้วค่อยคุยกัน ไม่ทุ่มเถียง ด่าว่าประชดประชันกันเมื่ออยู่ในอารมณ์โกรธแล้ว ก็จะช่วยให้ครอบครัวไม่ร้าวฉาน

    เพราะคำพูดที่ไม่ดี แม้ไม่ตั้งใจ เมื่อพูดออกมาแล้ว ก็จะทำร้ายจิตใจซึ่งกันและกัน ความอดกลั้นจึงมีส่วนยืดชีวิตคู่ให้ยาวนานมากขึ้น

    และหากจะรู้จักใช้ปิยวาจา คือ คำพูดที่ไพเราะ นุ่มนวล หรือรู้จักชมๆ กันบ้างบางวัน ก็จะยิ่งทำให้ต่างฝ่ายต่างฟังแล้วเกิดความชุ่มชื่นหัวใจ มีกำลังใจ ชีวิตคู่ก็จะสดชื่น แจ่มใสยิ่งขึ้น

     

    อ.ที่สาม คือ อดทน
    หมายถึง การมีจิตใจที่เข้มแข็งหนักแน่น การที่คนเรามาจากต่างครอบครัว แม้บางคู่จะมีพื้นฐานคล้ายกัน แต่เมื่อมาอยู่ร่วมกัน ก็ต้องมีการปรับตัวเข้าหากัน

    ดังนั้น นอกจากจะต้องมีความอดกลั้นแล้ว ยังต้องมีความอดทนต่อกันด้วย เพราะอยู่ๆไปก็อาจมีการล่วงล้ำก้ำเกินกันบ้าง

    เช่น สามีบางคนชอบเลี้ยงเมียด้วยลำแข้ง หากเมียไม่อดทนพอ ลุกขึ้นมากะซวกสามี ตายไป แบบนี้ก็จะลำบากกันไปตามๆกัน

    แต่ที่สำคัญ คือ ผัวเมียต้องร่วมกันอดทนต่อความเหนื่อยยากลำบากที่จะต้องฟันฝ่า และพยุงนาวาชีวิตไปด้วยกัน เพราะความอดทนจะทำให้เราภาคภูมิใจเมื่อก้าวข้ามอุปสรรค และสร้างเห็นอกเห็นใจต่อกันยิ่งขึ้น

     

    สำหรับ อ. สุดท้าย คือ อ.อภัย
    หมายถึง การให้อภัยซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องแปลกที่ว่า เมื่อเรารักใครแล้ว หากเขาทำผิดทำพลาด เรามักโกรธเขามากกว่าคนอื่น

    ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะเรามีความคาดหวังในคนที่เรารักไว้สูง พอไม่ได้ดังใจ ก็จะโกรธหรือน้อยใจเขามากกว่าคนอื่น

    ดังนั้น อ.ให้อภัยนี้ จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ในการดำรงชีวิตคู่ เพราะหากเราไม่รู้จักให้อภัยในความผิดพลาดที่อาจจะมีขึ้นได้ ไม่ว่าโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ชีวิตคู่ก็จะล้มเหลวได้ง่าย

    ดังนั้น เราจึงควรให้โอกาส และให้อภัยแก่สามีหรือภริยาที่เรารัก เพื่อชีวิตคู่จะได้เป็นสุข และที่จะขาดไม่ได้ก็คือ ต่างจะต้องจริงใจ และซื่อสัตย์ต่อคู่ของตนด้วย จึงจะทำให้การครองรักครองเรือนมีความสุขสมบูรณ์อย่างแท้จริง

     

     
     
     
     

    รัก 4 แบบที่ไม่ควรเอาอย่าง

     
    รักไม่ลืมหูลืมตา
    รักแบบหลับหูหลับตา หรืออีกนัยหนึ่งดูจะมีความหมายใกล้เคียงกับคำว่า "รักแล้วเอาหูไปนาเอาตาไปไร่" ความรัก ประเภทนี้ออกจะเข้าข่ายรักมากจนเกินพอดี รักจนทนรับสภาพกับความมึนของเขาไม่ไหว จนต้อง ปลอบใจตัวเองว่าเขา รักคุณจะตาย แต่ที่เขาแอบไปกุ๊กกิ๊กกับคนอื่น ก็เพราะเขาอยากหาสิ่งแปลกใหม่เข้ามาใน ชีวิต!

    เป็นเรื่องน่าเศร้าที่คุณคิด ไปไกลได้ถึงขนาดนี้ คุณอาจไม่ผิดที่พยายามเก็บความรักของคุณในรูปแบบ เฉพาะ แต่สิ่งที่เราอยากแนะให้ทำคือลืมตา ตื่น (เสียที) ลืมตาในรักของคุณแล้วใช้มันให้คุ้ม ไม่ว่ามันจะมาใน รูปแบบของการทะเลาะ การกรี๊ดเพื่อปลดปล่อย หรือ กระทั่งการพูดถึงปัญหาที่กำลังเกิด

    โปรดจงเข้าใจว่า ความรักเป็นเรื่องของความ "จริง" ในชีวิต ถ้าคุณจริงใจที่จะรัก เขา เขาก็ต้องจริงใจในรักของคุณ แต่ถ้ามัน ไม่เป็นอย่างนั้นคุณก็ควรจะเปลี่ยนความคิด (และคน) เสียที ขอให้เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนทำได้ เพราะการรับรู้ความเป็นไปของเขา อาจจะช่วยแก้ปัญหาให้คุณคิดอะไร ออกไม่มี ใครเกิดมาแล้วมีรักอย่างที่ตัวเองคิดไว้ทุกคน แต่ฉลาดรักให้ได้ก็พอ




    รักเอาแต่ใจ
    รักประเภทนี้เป็นรักที่น่ารำคาญเป็นที่สุด คุณอาจเป็นตัวน่ารำคาญหรือไม่ก็เขา แต่ส่วนใหญ่เราเชื่อว่าเป็น ผู้หญิง นี่แหละ ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนคุณต้องให้เขาโทรรายงานตลอด ถ้าเขาไม่โทรมาก็ทำหน้าเม้งใส่เขา และจบลงด้วยการ งอนแบบกระฟัดกระเฟียด รักแบบนี้ยังรวมไปถึงการหึงหวงไม่เลือกหน้า เอาให้น้อยๆ หน่อยเถอะค่ะ

    ถ้าคุณหึงเพื่อน ผู้หญิงของเขา ก็ควรจบลงด้วยการเคลียร์ถึงปัญหา เพราะบางครั้งคุณต้องเชื่อ ใจคนที่ตัวเองรัก ไม่ใช่หึงดะแม้แต่ เพื่อนผู้ชายที่ไปเมาด้วย รักแบบนี้แหละที่ผู้ชายมักเหลืออดและบอกเลิกเอา ซะดื้อๆ อ้าว! คุณขาอย่าให้มันเลยเถิดถึงขั้น นั้น เพราะความสัมพันธ์กว่าจะก่อได้ไม่ใช่ใช้เวลาแค่สองนาที เอา เป็นว่าเปลี่ยนนิสัยเสียหน่อยก็คงไม่สาย เดินสายกลาง เป็นสิ่งที่ดีที่สุด งอนได้ หึงได้ แต่เอาแค่พอน่ารัก อย่า งอแงเป็นเด็กสามขวบเพราะเดี๋ยวคุณจะไม่เหลือหนุ่มๆ อีกเลย ในชีวิต




    เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก
    เราไม่ได้กำลังจะบอกถึงวิธีรับมือกับอาการอกหัก แต่เราเพียงอยากให้คุณสามารถจัดการกับปัญหาที่คุณ กำลังเจอ คุณอาจจะร้องไห้ฟูมฟายหรือคลั่งแทบบ้า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ร้องไปเถอะถ้าอยากจะร้อง ไม่ต้อง มานั่งหมกเม็ดว่า ฉันแข็งแกร่งและรับไหว อาการเจ็บสุดขั้วมันต้องเจอกันทุกคน บางคนอาจจะใช้เวลาเพียง น้อยนิด

    สำหรับผู้หญิงลืมยาก พึงทำความเข้าใจกับรูปแบบของอาการเศร้าโศกที่ว่าไว้สักหน่อย ถึงแม้ว่าปาก ของคุณกำลังพรั่งพรูออกมาว่าคุณ อยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขา(?!) แต่เชื่อเถอะ ถ้าเอาเข้าจริง เมื่อเวลานั้นมาถึง ไม่ว่า คุณจะเจ็บสักแค่ไหน ยังไงคุณก็ยังคงอยู่ต่อ ไปได้ แต่เพียงทำหัวใจให้เข้มแข็งแล้วเรื่องร้ายๆ ก็จะผ่านไปได้ ในที่สุด




    รักตัวเองไม่เป็น
    ฟังดูคล้ายเรื่องแปลก ว่ามีจริงเหรอคนที่ไม่รักตัวเอง บอกได้เลยค่ะว่าคนเหล่านี้มีมากมายเสียจนนับไม่ถ้วน ซึ่งสาเหตุหลักๆ ก็มาจากการรักคนอื่นเสียจนลืมส่องกระจกดูตัวเอง ลืมถามความต้องการที่แท้จริงของตัวเอง และเผลอๆ ก็อาจสูญเสียความเป็นตัวเอง เพราะปล่อยให้วิธีคิดแบบผิดๆ ต้องมาสิงสู่เสียจนไม่เหลือวิญญาณ

    เพราะฉะนั้นก็ได้เวลาแล้วที่ผู้หญิงอย่างเราต้องถามตัวเองให้ชัดเจนว่า รักเพื่ออะไรรักจริงหรือไม่ เราเสียความ เป็นตัวเองไปแค่ไหน และรักแล้วเรามีความสุข หรือความทุกข์กลับมากันแน่ ที่สำคัญ พึงระลึกไว้เสมอว่าหาก คุณรักตัวเองเป็น คุณก็จะได้รับความรักที่สมค่ากลับคืนมา แต่หากไม่ คุณก็จะกลายเป็นคนที่ต้องเสียเปรียบคน อื่นไปตลอดชีวิต
    May 05

    6 วิธีรับมือกับ คำวิจารณ์

     
    บนเวทีAF เราได้ยินบรรดาผู้เชี่ยวชาญพ่นคำวิจารณ์ออกมามากมาย
    ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คำวิจารณ์นำความเจ็บปวดมาให้มากกว่านั้น
    และอาจทำให้เราเสียศูนย์ได้ง่ายๆ ถ้าไม่รู้จักรับมือกับมัน
    เคยมีคนพูดไว้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรดีแค่ไหน
     คุณก็ไม่อาจทำให้ทุกคนพึงพอใจได้ไปหมด
    และคนจำนวนมากก็มีความสุขที่ได้แสดงความไม่เห็นด้วยของตนเองออกมา
    พวกเขาอาจเชื่ออย่างจริงใจว่ากำลังทำสิ่งที่ดีๆ
    แก่คุณ ด้วยการเสนอคำวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์
    หรือมันอาจเป็นแค่การเหยียบย่ำคุณเพื่อให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นก็ได้
    แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
    คำวิจารณ์ทุกชนิดล้วนเจ็บปวดแต่เนื่องจากคนเราไม่อาจหลีกเลี่ยงมันได้
    สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ท่าทีของคุณในการรับคำวิจารณ์และนี่คือขั้นตอนง่ายๆ
    ในการรับมือคำวิจารณ์อย่างสง่างาม
    1.หยุดสักครู่หนึ่ง 
    เพื่อให้อาการเจ็บแสบจากคำวิจารณ์บรรเทาลง
    หายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะทำอะไรก็ตาม
    มันสำคัญอย่างมากที่จะต้องไม่ตอบโต้อะไรออกไปก่อนที่คุณจะสงบอกสงบใจได้
    2.ขอความชัดเจน 
    ถ้าคำวิจารณ์เป็นจริง คนวิจารณ์ควรสามารถให้เหตุผลยืนยันในสิ่งที่พวกเขาพูดได้
    และนั่นคือสิ่งที่คุณจะสามารถตอบโต้ได้
    3.ใครเป็นคนวิจารณ์ ?
    เป็นคนที่มีอำนาจในเรื่องนั้นหรือเปล่า?
    ถ้าไม่ มันก็อาจเป็นการเหยียบย่ำคุณเพื่อเพิ่มความมั่นใจของพวกเขาก็ได้
    4.ถามตัวเองว่าคำวิจารณ์นั้นยุติธรรมกับคุณหรือไม่
    ถ้าคำวิจารณ์ยุติธรรมกับคุณ การพูดว่า
    “โอ.เค. ฉันยอมรับ” จะทำให้คุณดูดีขึ้น แต่ถ้าไม่
    คุณก็มีเหตุผลที่จะแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างหนักแน่นและสงบ
    5.ใช้ความอึมครึมในการเบี่ยงเบนคำวิจารณ์ 
      ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ตอบสนองต่อคำวิจารณ์
    ด้วยการใช้คำตอบแบบที่ไม่ผูกมัด เช่น
    “อืม ฉันคิดว่าคุณก็มีประเด็นอยู่ในเรื่องนั้น”
    6.อย่าใช้คำใวิจารณ์ตอบโต้กลับเพื่อทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น 
    การยกความล้มเหลวของพวกเขามาตอบโต้อาจทำให้คุณรู้สึกสะใจ
    แต่ไม่มีใครได้ประโยชน์อะไรเลย

     

     
     
     
    April 22

    สิ่งที่ดีที่สุด

    เทออยากฟังไหม  ฉันมีอะไรอยากจะบอก
    ที่เทอเคยถาม  เฝ้าถามกันเรื่อยมา
    มันคือสิ่งไหน  ที่หัวใจฉันมีค่า
    ตลอดเวลาคือสิ่งนี้
    เป็นสิ่งเดียวที่ทำให้หัวใจ
    ของฉันมีความสุขได้อย่างนี้
    สิ่งที่ดีที่สุด  คือการได้พบเทอ
    ได้ดูแลเทอ  ได้รักเทอหมดใจ
    อยากบอกเทอซักหน่อย
    บอกให้เทอรู้ใจ  ว่าโชคดีแค่ไหน
    ได้พบคนอย่างเทอ
    ได้ยินฉันไหม  นั่นคือความในใจอยากจะบอก
    ตลอดเวลาคือสิ่งนี้
    March 11

    รัก 6 ประเภท

     
    วันนี้มีรูปแบบของความรักมาฝากให้คิดกันค่ะว่า
    ความรักของคุณในตอนนี้นั้นเป็นแบบไหนกัน

    1. ความรักแบบเสน่หา (Eros)
    ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต แม้จะไม่มากพอที่จะทำลายตนเอง
    รู้สึกถูกใจอีกฝ่ายตั้งแตแรกเห็นคล้ายรักแรกพบ
    ความดึงดูดใจซึ่งกันและกันแสดงออกมาทั้งคำพูดและการแสดงความใกล้ชิด
    อยากเจอกันทุกวันถ้าเป็นไปได้
    วาดฝันเกี่ยวกับอีกฝ่ายไว้งดงามและไม่ได้คาดการณ์ถึงอุปสรรคใด ๆ
    คู่รักประเภทนี้พยายามพัฒนาสัมพันธภาพกับคู่ของตนอย่างรวดเร็ว โดยการ
    เปิดเผย ซื่อสัตย์ และจริงใจ ใส่ใจคู่รักมากเป็นพิเศษ
    แต่ไม่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหรือกลัวว่าจะมีคู่แข่ง

    2. ความรักแบบไม่ผูกมัด (Ludus)
    ความรักเป็นเกมชนิดหนึ่งเพื่อความบันเทิงของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการ
    ผูกมัด สามารถผลัดเปลี่ยนคู่ไปได้เรื่อยๆ
    พยายามที่จะไม่สร้างความผูกพันทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งกับใคร
    เพื่อรักษาความเป็นอิสระของตน ถึงแม้จะไม่ต้องการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด
    แต่การโกหกและความไม่จริงใจถือว่าเป็นการเล่นตามกติกา
    ที่มีความรักแบบนี้จะไม่หึงหวงหรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
    และอาจเห็นชอบให้คู่ของตนมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้
    ทั้งนี้เพื่อสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ของตน

    3. ความรักแบบมิตรภาพ (Storge)
    ความรักพัฒนามาจากมิตรภาพ
    เป็นความรู้สึกรักใคร่อันเนื่องมาจากการคบหากันมาเป็นเวลานาน
    ไม่ได้มีความ รู้สึกตื่นเต้น เร่าร้อน
    แต่เน้นการที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกันและมีกิจกรรมร่วมกัน
    ความรักเป็นสิ่งที่มั่นคงที่ผนวกเข้าไปกับการดำรงชีวิตตามปกติ

    4. ความรักแบบลุ่มหลง (Mania)
    ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะใฝ่หาความรัก แต่เชื่อว่าความรักเป็นความเจ็บปวด
    ปรารถนาความใกล้ชิดและต้องการความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
    ต้องการให้คู่รักของตนแสดงความรักมากกว่าปกติ
    เมื่อใดที่คู่ไม่ได้แสดงความใส่ใจ หรือไม่แสดงความรัก
    ตามที่ปรารถนาอาจจะทำร้ายตนเพื่อเอาชนะความรัก
    คู่รักประเภทนี้เชื่อว่าเมื่อปราศจากความรักจากอีกฝ่าย
    ชีวิตก็ไม่มีคุณค่าอีกต่อไป

    5. ความรักแบบมีเหตุผล (Pragma)
    เป็นความรักที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความเป็นจริง
    ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะแสวงหาคู่ที่เหมาะสมกับตนมากที่สุด
    เชื่อว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นก็ต่อเมื่อคู่รักสามารถตอบสนอง
    ความต้องการพื้นฐานของกันและกัน
    ได้แสวงหาคนที่มีลักษณะคล้ายตนหรือต่างจากตน แต่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด
    การเลือกคู่จะมีลักษณะคล้ายรักเผื่อเลือก
    ทั้งนี้ก็เพราะคาดหวังสัมพันธภาพที่ยั่งยืน

    6. ความรักแบบเสียสละ (Agape)
    เป็นความรักที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ต้องการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับมีความห่วงใย
    และคำนึงถึงความสุขของคู่รักเป็นสำค ัญ โดยไม่ใส่ใจกับความต้องการของตนเอง
    "การให้" เป็นปัจจัยสำคัญของความรักแบบนี้ นักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาพบว่า
    ในชีวิตจริงคู่สมรสจะมีรูปแบบความรักที่คล้ายคลึงกัน
    เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคู่ที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับคู่ที่เลิกราไป
    พบว่าประเภทแรกจะมีความรักแบบเสน่หาสูงกว่า
    และมีความรักแบบไม่ผูกมัดต่ำกว่าประเภทหลัง
    รูปแบบของความรักอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
    และลักษณะของบุคคลที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย
    March 09

    "รัก" ยังไงให้ยาวนาน!?

     

      
              
    ดูแลความรักให้สุขสันต์
              
    หมั่นเติมความรักอยู่เสมอ อย่าลืมเลือกเวลาเหมาะๆ เพื่อใช้ในการพูดคุยกัน

    หมั่นแลกเปลี่ยนความคิดกันบ่อยๆ เอาแต่ที่สร้างสรรค์และจรรโลงโลก
    เพราะเวลาคุยกันนี่ไม่เหมาะกับการโต้เถียงใดๆ
              
    กล้าหาญกับความรู้สึก
              
    ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน สนุกสนานร่าเริง เจ็บช้ำน้ำใจ เพ้อฝัน
    ไม่ต้องคำนึงถึงเหตุผลความถูกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
     คุณควรจะเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงของคุณกับคนที่อยู่ข้างตัวบ้าง
              
    คิดจะพูดอะไรก็พูด
              
    เป็นการพูดเพื่อสร้างสรรค์ตัวเราเอง เช่น
    ฉันคิดจะทำ..ฉันรู้สึกว่า..พยายามหลีกเลี่ยงคำถามที่ทำให้ตัวเองไร้สมอง
     หรือดูไม่มีความมั่นใจในตัวเอง อย่าลืมค่อยพูดค่อยจาภาษาดอกไม้ พูดกันดีๆ
    ใครก็ชอบคนพูดดีกันทั้งนั้น อย่าพูดจุดชนวนสงครามกลางเมืองเป็นอันขาด
              
    มีการให้เวลานอก
              
    เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มอึดอัด เบื่อหน่ายหรือเกิดการขัดแย้งที่ชักจะบานปลายเป็นเรื่อง
     หรือเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พร้อมที่จะตอบคำถาม ไม่มีการกดดันกันให้เวลาเพื่อพัก
    โดยไม่ถามเหตุผล ให้โอกาสในการพูดเล่าเรื่องราวต่างๆ ของแต่ละคนตามความพร้อม
              
    ฟังกันบ้าง
              
    เรื่องของความรักมักต่างคนต่างพูด ต่างไม่ฟังกัน ทำให้ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างพูด
    ถ้ารู้จักฟังจะทำให้ความเข้าใจตรงกัน เมื่อไม่เข้าใจกันก็จะได้ถาม
    ได้อธิบาย ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมากขึ้น
              
    เพิ่มรักให้เหนียวแน่น
              
    มีความรักเป็นทุนไว้แล้ว แต่ไม่มีการเติมลงไป ก็ทำให้ทุนหายกำไรหดได้
    ต้องมีการเติมความรักอยู่เรื่อยๆ สม่ำเสมอ ให้ความรักเพิ่มพูนด้วยวิธีการต่อไปนี้
              
    เอ่ยชมกันและกันบ่อยๆ
              
    การเอ่ยชมคนรักบ่อยๆ ไม่เพียงแต่จะทำให้เขารู้สึกดีเท่านั้น แต่จะมีผลในแง่ความรู้สึกของคนที่ชมด้วย
     เพราะก่อนจะชมเราจะต้องคิดว่าเขามีอะรไดีที่จะให้ชมได้บ้าง ถ้ายิ่งชมเขาบ่อย
    จะทำให้เราคิดถึงข้อดีของเขาได้บ่อยๆ เช่นกัน แล้วจะทำให้รักกันมากขึ้น
     แต่นึกๆ แล้วไม่มีข้อดีให้ชมเลย แสดงว่าอาการนี้น่าเป็นห่วงแล้ว
              
    หัดใจเย็นมากขึ้น
              
    เมื่ออารมณ์ขุ่นมัว ต้องตั้งสติไว้เสมอ ถ้าเราทำอะไรลงไปตอนที่อารมณ์ขุ่นมัว
    จะทำให้ผลีผลามและตัดสินใจอะไรผิดๆ ได้ง่าย การทำตัวเย็นจะทำให้ฝ่ายเกรงใจ
              
    คอยตักเตือนในสิ่งที่เขาทำผิดพลาด
              
    เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรไม่ค่อยเข้าท่า ก็อย่าลืมคอยเตือนเขาไว้บ้าง
    เตือนด้วยความจริงใจ ไม่ใช่ไปตำหนิเขา เดี๋ยวจะระเบิดเอาง่ายๆ
              
    เมื่อทะเลาะกันไม่มีคำว่าฉันหรือเธอ
              
    แต่ความเป็นคำว่าเราทั้งคู่ จะทำให้รู้สึกว่าทั้งสองคนยังมีค่าพอสำหรับกันและกัน
    อย่างน้อยก็ยังไม่แบ่งแยกแบบตัวใครตัวมัน จะทำให้ดีกรีความรุนแรงเมื่อทะเลาะกันน้อยลง
              
    ขอร้องเมื่อต้องการ...ไม่ใช่สั่ง
              
    หลายเรื่องที่บางครั้งเราไม่พอใจและอยากให้เขาเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้ถูกใจเรา
    ให้ขอร้องเราดีๆ ด้วยเหตุผล อย่าสั่งเด็ดขาด
    February 23

    ความรักของผักชีและต้นหอม

    ก่อนกาลนานมาแล้ว... เจ้าชายผู้สง่างามแห่งอาณาจักรต้นหอมมีใจรักมั่นอยู่กับเจ้าหญิงแสนหวานแห่งเมืองผักชี แต่ความรักของทั้งสองนั้นมีอุปสรรคมากมาย

    " ไม่มีทางที่ต้นหอมจะรักกับผักชีได้ พันธุ์ผักชีต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นนั้นรึจะมาเทียบชาวต้นหอมที่สูงส่งอย่างพวกเรา" ราชาต้นหอมยื่นคำขาด

    ส่วนราชาแห่งเมืองผักชีนั้นเล่าก็หมายตาเจ้าชายจากเมืองใ กล้ๆเอาไว้ให้เจ้าหญิงเช่นกัน

    "เจ้าชายคึ่นช่ายเหมาะกับลูกมากที่สุด แข็งแรง ซื่อตรง และสูงสง่า ไม่แพ้เจ้าชายต้นหอมเลย" ราชาผักชีพยายามหว่านล้อมเจ้าหญิง แต่ก็ไม่เป็นผล

    ถึงแม้จะถูกขัดขวางจากครอบครัวของทั้งสองฝ่าย แต่เจ้าชายและเจ้าหญิงก็ยังแอบมาพบกันเสมอในสวนเล็กๆแห่งหนึ่ง

    "จะมีที่ไหนในโลกอีกมั้ย ที่เราจะอยู่เคียงคู่กัน โดยไม่มีใครขัดขวาง" เจ้าหญิงผักชีเอ่ย

    "ไม่ว่าไกลแสนไกลเพียงใด อยากลำบากเพียงไหน เราก็จะไปให้ถึงดินอดยอห่งนั้นให้จงได้" เจ้าชายให้คำมั่น

    ทั้งสองจึงวางแผนกันว่าจะแอบหนีไปด้วยกันในวันที่พระจันทร์เต็มดวง

    เมื่อถึงวันนัดหมาย ทั้งคู่พากันเดินทางไปจนเกือบจะพ้นดินแดนต้นหอม แต่ที่ตรงสุดเขตแดนนั้นเอง มีกองทหารของพระราชาต้นหอมเฝ้ายามอยู่อย่างแข็งขัน

    "เราจะผ่านทหารเหล่านี้ไปได้อย่างไรกัน" เจ้าหญิงกระซิบอย่างหวาดวิตก

    "อย่ากลัวไปเลย ยังมีอีกทางหนึ่งซึ่งจะพาเราออกจากดินแดนต้นหอมได้ แค่ไต่อ้อมไปทางหน้าผาที่ติดทะเลเท่านั้น" เจ้าชายอธิบาย "รับรองว่าไม่มีใครตามไปถูกแน่ๆเพราะทางออกด้านนี้เป็นความลับที่เคยใช้กันในสมัยปู่ของปู่เมื่อนานมาแล้ว"

    เจ้าชายกับเจ้าหญิงเดินทางต่อไปจนถึงทางออกสู่ทะเล แต่ที่แห่งนั้นอุปสรรคสำคัญที่สุดได้คอยทั้งคู่อยู่...พระราชาต้นหอมผู้โกรธเกรี้ยวนั่นเอง

    "เจ้ากล้าดีอย่างไงจึงขัดคำสั่งพ่อ" ราชาต้นหอมตะโกนก้องพร้อมเอื้อมมาถึงเจ้าชายให้แยกห่างออกจากเจ้าหญิงโดยทันที

    ด้วยความรีบร้อมผสมกับความโกรธ พระราชาที่อายุมากแล้วเกิดเสียหลักพลัดตกลงไปติดอยู่ตรงซอกหินริมหน้าผา โชคดีที่พระองค์ยังคว้าตัวเจ้าชายไว้ได้

    แต่ทว่า...พระราชาต้นหอมที่อวบอ้วน มีน้ำหนักมาก จนทำให้เจ้าชายต้นหอมรูปร่างผอมบาง ที่มีรากฝอยเล็กๆสั้นๆแทบจะยึดลำต้นกับดินไว้ไม่อยู่ ทั้งคู่เกือบจะพลัดตกลงไปในทะเลอยู่รอมร่อ

    ทันใดนั้นเอง...ลำต้นบอบบาง ทว่ามั่นคงด้วยความรักของเจ้าหญิงผักชีก็โอบล้อมเจ้าชายไว้ด้วยความรัก

    "อย่าทำเช่นนี้เลย ฉันไม่อยากให้เธอต้องตกลงไปพร้อมเราพ่อลูก ปล่อยมือเสียเถิด" เจ้าชายกล่าวอย่างเป็นห่วง

    "จะไม่มีใครตกลงไปทั้งนั้น ถึงต้นฉันจะดูบอบบาง แต่รากแก้วของฉันหยั่งลึก ลงไปในดินอย่างมั่นคง ไม่มีวันสั่นคลอน" เจ้าหญิงกล่าวพลางยิ้มหวาน และกอดเจ้าชายแน่นยิ่งขึ้นไปอีก

    ในเวลาต่อมา เมื่อพระราชาและเจ้าชายได้รับการช่วยเหลือให้กลับขึ้นมาอย่างปลอดภัย พระราชาต้นหอมผู้ยิ่งใหญ่หันไปกล่าวคำขอบใจแก่เจ้าหญิงด้วยท่าทีสุภาพอ่อนโยน ก่อนที่จะหันกลับมาประกาศก้องกับทหารและประชานที่ห้อมล้อมว่า

    "นันแต่นี้...เราจะไม่ขัดขวางความรักระหว่างเจ้าชายต้นหอมและเจ้าหญิงผักชีอีก ขอให้ทั้งสองอยู่เคียงคู่กันอย่างมีความสุขตลอดไป" พระราชาให้พร

    และเรื่องราวต่างๆต่อมาก็เป็นไปตามคำกล่าวนั้น
    เจ้าชายต้นหอมกับเจ้าหญิงผักชีอยู่เคียงคู่กันในทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นดินแดนแคว้นใด แห่งหนตำบลไหน หรือแม้แต่ในชามก๋วยเตี๋ยว
    และเป็นตัวแทนของความรักอันมั่งคงเสมอมา
    February 18

    เหตุเกิดจากความเหงา...

    13692.jpg
    เหตุเกิดจากความเหงา( Emotion Town. )

    ขอบคุณ..ระยะทางที่ทำให้เราต้องห่างไกล
    ขอบใจ..เธอเหมือนกัน ทีเธอเลือกจากฉันไปแสนไกล

    ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน
    ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว...

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ

    วันนี้..มาพบเธอ ด้วยใจที่เดินอย่างอ่อนล้า
    ต้องการมาพบหน้า ต้องการจะบอกว่าพึ่งเข้าใจ

    ขอบคุณเวลาที่ฉันนั้นไม่มีใคร ขอบคุณอารมณ์อ่อนไหวที่มาทักทายกัน
    ทำให้ฉันได้รู้..หากขาดเธอไปคงอยู่ไม่ไหว...

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ

    มีคนเคยบอก ถ้าไม่สูญเสียบางอย่าง ก็ไม่รู้คุณค่าสิ่งนั้น
    เหมือนอย่างตัวฉัน ทีพึ่งรู้ว่าคืนวัน.ที่ผ่านมา ใครคือคนสำคัญ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้ว่ารักเธอเท่าไหร่
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ความอ้างว้างเดียวดายคอยตอกย้ำอยู่เสมอ

    เหตุเกิดจากความเหงาที่ทำให้รู้เธอสำคัญเพียงใด
    ความห่างไกลมันทำให้ฉันคิดถึงเธอ
    ยิ่งห่างเหินเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้..ว่าเป็นเธอ..ที่ฉันรักหมดหัวใจ...

    February 04

    ข้อคิดเพื่อชีวิตวันนี้

    ข้อคิดเพื่อชีวิตวันนี้
    “ เริ่มทำในสิ่งที่ทำได้หรือคิดว่าทำได้เพราะในความกล้ามีมนตร์มหัศจรรย์แฝงอยู่ ”
    โจฮันน์ วอน เกอเธ่
    นักเขียนชื่อดังสมัยศตวรรษที่ 18 กล่าวไว้ว่า ในชีวิตนี้อะไรย่อมเกิดขึ้นได้ คุณอาจลองเขียนรายการความฝันสำหรับปีนี้ หรือ 5 ปีข้างหน้า คุณอยากเสก (สรรค์) ให้อะไรเกิดขึ้น? อยากจะทำอะไร? จากนั้นก็เก็บรายการความฝันไว้ดูทุกยามตื่น คนที่ขาดความฝันก็เปรียบเหมือนขาดปีกสำหรับโบยบิน
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะตั้งหน้าตั้งตาและกล้าฝัน

    “ ทุกการกระทำในโลกนี้ล้วนเริ่มจากจินตนาการ “
    ทีมบาสเก็ทบอลล์ของออสเตรเลียต้องการยัดลูกให้ลงห่วงมากขึ้น ลูกทีมบางคนฝึกซ้อมยิงลูกจากระยะไกลเป้นเวลาครึ่งชั่วโมงทุกวัน แต่บางคนไม่ได้ซ้อมจริงๆ เพียงแต่สร้างภาพในใจเห็นตัวเองยิงลูกลงห่วงได้สำเร็จ ปรากฏว่าฝีมือของพวกเขาพัฒนาขึ้น เท่ากับพวกที่ซ้อมวันละครึ่งชั่วโมง! นักกีฬาจำนวนมากจึงใช้วิธีนี้ เพื่อพัฒนาการเล่นของตัวเอง พวกเขานึกภาพตัวเองเก่งขึ้น ๆ แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง!
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะนึกภาพตัวเองเก่งในด้าน ……….?

    “ อย่าปล่อยให้ใครช่วงชิงความสุขของคุณไป “
    รู้หรือไม่ว่าคุณสามารถสะสมสุข แทนการสะสมทรัพย์หรือสะสมแสตมป์? วิธีการนั้นง่ายแสนง่าย
    1. เขียน 5 สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน
    2. ทำเช่นนี้ทุกวัน ทั้งวันราชการและวันหยุดราชการ วันท่องเที่ยวและวันไปเรียน
    3. เก็บรายการความสุขไว้ในแฟ้มหรือในสมุดส่วนตัว
    4. เมื่อไรที่คุณต้องการแรงใจ ให้อ่านรายการความสุขเหล่านั้น แล้วดื่มด่ำกับความสุขดี ๆ อีกครั้ง
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะเริ่มสะสมสุขแทนสะสมทรัพย์

    “ คุณไม่มีวันทิ้งตัวตนที่แท้จริงของคุณไปได้ “
    คนอื่นอาจเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตคุณ ชี้นิ้วให้คุณเป้นอย่างโน้นอย่างนี้ หรืออาจโน้มน้าวให้คุณเชื่ออะไรสักอย่าง แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร คุณก็ยังคงเป็นคุณ มีบุคลิก นิสัย ความสามารถ ความชอบ ตามแบบของคุณ คุณรู้ว่าตัวเองมีจุดยืนตรงไหน และที่สำคัญรู้ว่าคุณคือใคร
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันมีความสุขที่ได้เป็นตัวเอง

    “ ฉันถือว่าตัวเองเป็นเสาหลักของชีวิต “
    เมอรีล สตรีพ
    ใครกันที่คุณจะพี่งพาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ? ใครจะอยู่เคียงข้างคุณได้ทุกสถานการณ์? ใครจะรู้จักคุณดีไปกว่าตัวคุณเอง? คำตอบคือ…คุณ คุณสามารถเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะมองหากำลังใจและแรงพลังในตัวเอง

    “ ผู้คนคือหนังสือเดินได้ คุณอาจพบใครบางคนเพียงครั้งเดียวแต่จะไม่มีวันลืม “
    ซินดี้ ลอเพอร์
    บางครั้งก็ไม่ง่ายหรอกที่จะเห็นค่าของบรรดาคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับคนที่คุณคิดว่าออกจะมีความคิดงี่เง่าหรือทำตัวไม่เข้าท่า ไม่มีใครบอกให้คุณต้องรักต้องชอบคนทุกคนเสียหน่อย เราทุกคนล้วนแตกต่างกัน และถึงแม้คุณจะไม่เห็นด้วย แต่คุณยังต้องเคารพความคิดเห็นของคนอื่น เหมือนกับที่คุณอยากให้คนอื่นทำกับคุณนั่นแหละ
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะเคารพนความคิดเห็น ความเชื่อ และการตัดสินใจของคนอื่น แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม

    “ บางคนค้นหาตัวเองไม่พบจนกระทั่งอายุปาเข้าไป 35 ส่วนฉันรู้ตั้งแต่อายุ 4 ขวบแล้ว ”
    มารายห์ แครรี่ย์
    เธอค้นพบพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงมาตั้งแต่สี่ขวบ เธอจึงกลายเป็นนักร้องที่โดดเด่น แล้วคุณล่ะ? สนใจเรื่องอะไร? มีความพิเศษตรงไหน? ลองถามตัวเองดูบ้าง ความสามารถพิเศษมีหลายแบบ
    1. ความสามารถทางด้านสมอง (ฉลาดไปหมดทุกเรื่อง)
    2. ความสามารถในบางเรื่อง เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
    3. ความสามารถทางจินตนาการ
    4. ความสามารถเป็นผู้นำ
    5. ความสามารถทางศิลป์
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะคิดภาพตัวเองในอนาคต ฉันเห็นตัวเองกำลังทำอะไร?

    “เมื่อคุณเผชิญกับัญหามากมายเลือกเอาว่าจะว่ายหรือจะจม “
    ทอม ครูซ
    ปัญหาทำให้คุณเติบโต แข็งแกร่ง ฉะนั้นเลิกหนีปัญหา การต่อสู้กับปัญหาไม่ได้หมายความว่า ต้องแหกปากทะเลาะหรือตบตีกัน แต่หมายถึงการยึดมั่นในสิ่งที่คุณเชื่อ มีอะไรในชีวิตคุณที่ควรค่าแก่การต่อสู้เพื่อให้ได้มา?
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะไม่ยอมจมอยู่กับปัญหา

    “ เพื่อนคือของขวัญ ที่คุณมอบให้กับตัวเอง “
    โรเบิร์ท หลุยส์ สทีเว่นสัน
    การสร้างมิตรภาพให้เกิดขึ้นเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส ไหนจะต้องรู้จักหัดพูด หัดฟัง หัดตอแหลให้น้อยลง พร้อมทั้งคอยหยิบยื่นให้ความช่วยเหลือ ต้องเสี่ยงต่อการถูกเพื่อนปฏิเสธ เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนหรอกนะที่อยากเป็นเพื่อนคุณ แต่ว่าไปก็เถอะ ชีวิตที่ขาดเพื่อนนี่คงแร้นแค้นอเน็จอนาจน่าดุ กวีบางท่านถึงขับขานว่า “ใครอยากมีความสุข ก็ต้องมีเพื่อนก่อน” คิดดูละกันว่าไอ้เพื่อนปอมอของเรานั้น มันสำคัญจนได้รับการสดุดีขนาดนั้นเลย
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะมีความสุขและเห็นค่าของเพื่อนๆ

    “การพัฒนาจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความเสี่ยง “
    เฟรเดอริค วิลค็อกซ์
    คุณไปไม่ถึงไหนถ้าไม่ยอมเสี่ยง แต่การเสี่ยงก็เป็นเรื่องน่าหวาดเสียวใช่เล่น จะทำยังไงดี?
    1. เริ่มทีละนิด แยกความเสี่ยงออกเป็นเสี่ยงๆ
    2. ให้โอกาสตัวเองได้ทำแย่ๆ บ้างก็ไม่เห็นเป็นไร
    3. หาแรงสนับสนุน หาใครสักคนหรือหลายคน คอยเป็นกำลังใจให้คุณ
    4. เฉลิมฉลองให้ตัวเอง ไม่ว่าจะประสบความสำเร็จเล็กน้อยแค่ไหน ก้จงยินดี และยกหางตัวเอง
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะเสี่ยงให้รู้แล้วรู้รอด

    “ รู้จักคำถามบางข้อ ยังดีกว่ารู้จักคำตอบทั้งหมดเสียอีก “
    เจมส์ เทอร์เบอร์
    ในช่วงหนึ่งของชีวิตเราจะพบว่า มันยากที่จะยอมรับว่าคุณไม่รู้คำตอบทุกคำตอบ เมื่อคุณเกิดพุทธิปัญญาพวยพุ่งขึ้นมาว่า เออ…เรานี่หนอ…ไม่ได้ฉลาดรอบรู้ไปหมดทุกอย่างเสียหน่อย และเริ่มใช้ชีวิตอยู่กับความจริงข้อนี้ได้อย่างปรองดอง ไม่เขกหัวกบาลหรือด่าตัวเองบ่อยๆ นั่นคือสัญญาณบ่งบอกว่าคุณได้โตขึ้นแล้ว จากนั้นคุณจะเริ่มยอมรับว่า การเอ่ยปากถามคำถามไม่ได้แสดงถึงความโง่เง่า แต่เป็นการหยิบฉวยโอกาสทอง ที่จะเปลี่ยนความไม่รู้ของตัวเองให้กลายเป็นความรู้ต่างหาก…คิดดูสิมีใครจะฉลาดเท่านี้อีกไหมเนี่ย?
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะถามทุกคำถามขวางหน้าแม้มันจะขวางโลกก็ตาม

    “ สถานที่สุดเร้นลับคือ ดินแดนแห่งน้ำตา “
    นักเขียนเรื่อง “เจ้าชายน้อย” กล่าวไว้ คุณจะไปไหนในยามที่คุณโศกเศร้า? มีที่เงียบๆให้คุณได้อยู่เพียงลำพังแล้วร้องไห้โฮบ้างไหม? เราทุกคนจำเป็นต้องร่ำไห้เพื่อปลดปล่อยความรู้สึกเจ็บปวดเสียบ้าง มันส่งผลดีต่อชีวิต ชาร์ลส์ ดิกเคนส์ นักเขียนใหญ่ของอังกฤษอธิบายว่า “การร้องไห้ช่วยให้ปอดได้ทำงาน ชำระใบหน้า บริหารลูกตา และบรรเทาอารมณ์ ฉะนั้นร้องไห้ให้ทุกอย่างมันไหลจากไปเสีย”
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะจำไว้ว่า การร้องไห้เป็นเรื่องปรกติ

    “ ไม่มีใครทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยได้โดยที่คุณไม่ยินยอม “
    เอลิเนอร์ รูสเวลท์
    เกิดอะไรขึ้นเมื่อบางคนพยายามจะล้อเลียน ด่าว่า หรือทำให้คุณรู้สึกแย่? คุณยอมรับในสิ่งที่ออกจากปากของคนอื่น แล้วปล่อยให้มันทำลายวันเวลาของคุณ ? ลองถามตัวเองสิว่า คนอื่นๆได้กลายเป็นผู้รอบรู้ในเรื่องชีวิตของคุณไปตั้งแต่เมื่อไร แน่นอนว่าคุณไม่จำเป็นฟังพวกเขา หรือแม้แต่เห็นด้วย ความคิดเห็นที่คุณมีต่อตนเองต่างหากที่สำคัญ
    ข้อใคร่ครวญ : ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้ใครมาทำให้รู้สึกต้อยต่ำย่ำแย่

    ที่มา : คอลัมน์ lovelife นิตยสารรายเดือน POP ฉบับที่ 78 พฤษภาคม 2003

    February 03

    เรื่องซึ้งๆของหญิงชายและความแตกต่าง

     

    ...เธอชอบสีขาว
    เขาชอบสีดำ..

    ...เธอชอบตุ๊กตาหมี
    เขาชอบรถถัง..

    ...เธอชอบนั่งดูตะวันขึ้นที่ชายทะเลในตอนเช้า
    เขาชอบบรรยากาศของแสงไฟในเมืองตอนกลางคืน..

    ...เธอชอบจักรยาน เพราะความช้าของมันทำให้เธอมีเวลาดูอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านไป
    เขาชอบความเร็วของมอเตอร์ไซค์ เพราะมันทำให้เขาไปถึงที่หมายทันเวลา..

    ...เธอนอนสี่ทุ่ม ตื่นตีสี่เพื่อใส่บาตร
    เขานอนตีสี่ ตื่นสี่โมงเย็น เพราะกลับดึก..

    ...เธอได้ท๊อบ เกือบทุกวิชา
    เขาได้0 เกือบทุกวิชา..

    ...เธอถูกชมและรับรางวัลเด็กนักเรียนดีเด่น เป็นประจำ
    เขาถูกด่าและมีชื่ออยู่ในบัญชีดำของโรงเรียน..

    ...เธอยิ้มง่าย รักเด็กๆ และกล้าแสดงออก
    เขาหงุดหงิด เกลียดเด็กๆ และขี้อาย..

    ...เธอไม่ชอบกีฬากลางแจ้ง
    เขาชอบเล่นบาส กับ ฟุตบอล..

    ...เธอขี้แย
    เขาเข้มแข็ง..

    ...เธอกลัวฟ้าร้อง
    เขาชอบฝนตก..

    ...เธอเกลียดความเหงา และไม่ชอบอยู่คนเดียว
    เขาเบื่อสังคม และชอบเก็บตัวในห้อง..

    ...เธอร้องไห้ในเรื่องที่เราไม่คิดว่ามันน่าเศร้า
    เขากลั้นน้ำตาในเรื่องที่อยากฆ่าตัวตาย..

    ...เธอมองหน้าเขาแล้วเห็นผู้ชายที่แสนดีคนหนึ่ง
    เขามองหน้าเธอแล้วเห็นนางฟ้าที่ดีที่สุดในชีวิตเขา..

    ...เธอจับมือเขาไว้ในวันที่เขาท้อแท้
    เขานั่งลงข้างๆเธอในวันที่เธอว้าเหว่..

    ...เธอเบื่อคำชื่นชมจอมปลอม และต้องการได้ยินเสียงเขา แม้จะเป็นการด่าก็ตาม
    เขาอยากได้ยินคำชื่นชมจอมปลอม ขอแค่มันมาจากปากเธอ..

    ...เธอจมปลักอยู่ในความทุกข์ในวันที่เขาหายไป
    เขาจมดิ่งลงในความสุข ในวันที่เธออยู่ข้างๆ..

    ...วันใดก็ตามที่เขาท้อแท้ หรือ ยอมแพ้ เธอจะโทรไปหาเขา พูดแต่คำว่า ฉันรักเธอนะ
    วันใดก็ตามที่เธอผิดหวัง หรือ เหงา เขาจะโทรไปหาเธอ และจะเงียบ อยู่อย่างนั้น จนกว่าเธอจะหยุดร้องไห้..

    ...วันใดก็ตามที่เขาได้รับชัยชนะ เธอจะตรงเข้าไปหา แล้วกอดเขา
    วันใดก็ตามที่เธอได้รางวัล เขาจะตรงเข้าไปหา ยิ้มให้ ชูนิ้วโป้ง แล้วพูดคำว่า ยินดีด้วย..

    ...วันเกิดเขา เธอหอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง แล้วพูดคำว่า "ฉันรักเธอ"
    วันเกิดเธอ เขาโทรมาตอนเที่ยงคืน แล้วพูดคำว่า "ฉันก็รักเธอ"..

    ...เธอจับมือเขา เพื่อจะเตือนให้เขารู้ว่าเขาสำคัญสำหรับเธอมากแค่ไหน
    เขานั่งข้างๆเธอ เพื่อให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว..

    ...เธอจะร้องไห้ และขอร้องให้คนที่ทำร้ายเขาหยุดการกระทำ
    เขาจะต่อยหน้า ใครก็ตามที่ทำร้ายเธอ..

    ...เมื่อเขาโกรธ เธอจะรอให้เขาหายโกรธ แล้วโทรไปบอกว่า ขอโทษนะ
    เมื่อเธอโกรธ เขาจะดึงมือเธอไว้ แล้วพูดคำว่า ฉันขอโทษ..

    ...เธอโทรไปหาเขาทุกวันเพื่อพูดคำว่า "ฉันรักเธอ"
    เขารอคอยโทรศัพท์เธอทั้งวัน เพื่อรอฟังคำว่า "ฉันรักเธอ"..

     


     

    February 02

    คติสอนหญิง: นิยามความรัก

    อ่านแล้วรู้สึกดีมากเลยล่ะ ลองอ่านดูน๊ะ

    • ความจริงก็คือในขณะที่เราคิดถึงคนๆนึงตลอดเวลา
      เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้

      และบางครั้งก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน
    •  บางครั้งการได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รับรู้ความจริงที่ว่า...สิ่งเรา
      คิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว

      ฉะนั้นไม่แปลกเลยที่คนส่วนใหญ่ เลือกที่จะจ่อมจมกับความฝันมากกว่าการที่ได้รับรู้ความจริง
    • การไม่เป็นที่ 1 ในใจเค้าไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า....เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4 ....
      และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...

      ก็ขอให้คิดไว้ว่าดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย.
      มันอาจต้องมีน้ำตาบ้าง ในการยอมรับความจริงที่ว่า เราไม่ใช่ที่
    •   แต่โปรดจำไว้เถอะว่าหาก หัวใจของคุณ ยังไม่ร้องไห้ออกมาดังๆ
      พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว

      โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้....ก็จงชอบต่อไปเถอะ 
    •   การรักใครซักคนไม่ต้องการความพยายาม....การตัดใจต่างหาก
      ที่ต้องการ ความพยายามอย่างมากมาย
      ลองชั่งน้ำหนักใจเราดูซิ ว่าความสุขที่คุณได้สบตาเค้า
      กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า อันไหนมันหนักหนากว่ากัน 
    •   อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...อย่าโทษที่เค้าไม่มีใจให้..
      อย่าโทษที่โชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน.....

      แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย ถึงจะพบเค้าคนนั้นสายเกินไป

      แต่ก็ยังได้พบ....ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป .....

      ยิ้มให้กับโชคชะตา ที่ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เรารักกัน ..แต่ก็ยังทำให้เรา....ได้รู้จักกัน 
    • คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง.. คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้า ไว้คนเดียว
      คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง....คนที่ทำให้คุณหัวเราะ และ ร้องไห้ได้มากมาย ...

      คนที่เพียงยิ้มของเค้า เปลี่ยนวันที่หมองหม่น ให้กลายเป็นวันที่สดใส...
      เท่านี้มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ? ++แค่การได้เห็นคนที่เรารักได้หัวเราะอยู่กับใครซักคน

      ที่เค้ารักมากที่สุด .....นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก..อย่างจริงใจ และแท้จริง

     

    February 01

    รู้มั้ย... ทำไมฉันถึงรักคุณ

     
    1. ฉันรักคุณ เพราะฉันรู้ว่าคุณจะไม่มีวันจากฉันไป

              2. ฉันรักความรู้สึกทุกครั้งเวลาที่เราพูดคุยหรือหยอกล้อกัน

              3. ฉันรักในสายตาที่คุณมองฉัน

              4. ฉันรักคุณ ทุกครั้งที่ฉันนึกไม่ออกว่าฉันจะต้องอยู่โดยไม่มีคุณ

              5. ฉันรักในวันที่เราได้อยู่ด้วยกัน และพูดคุยกันตลอดทั้งคืน

              6. ฉันรักคุณ เพราะฉันรู้ว่าคุณจะอยู่กับฉันทุกเวลาที่ฉันต้องการ

              7. ฉันรักความรู้สึกทุกครั้งที่ร่างกายเราแนบชิดกัน

              8. ฉันรักคุณ เวลาที่คุณทำให้ฉันหัวเราะ

              9. ฉันรักและมีความสุข เวลาที่คุณหัวเราะกับเรื่องตลกของฉัน

              10. ฉันรักคุณ เวลาที่คุณคอยประณีประนอมทุกครั้งเวลาที่เราทะเลาะกัน

              11. ฉันรักในความเป็นสุภาพบุรุษของคุณ

              12. ฉันรักเวลาที่เราดูทีวีด้วยกัน ทั้งที่บางครั้งคุณไม่ได้ชอบรายการทีวีนั่นเลย

              13. ฉันรักความอิสระที่คุณมีให้ และไม่เคยเปลี่ยนฉันให้เป็นแบบที่คุณต้องการ

              14. ฉันรักคุณ เวลาที่คุณให้เกียรติฉันเสมอ

              15. ฉันรักที่จะทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ เพื่อให้คุณมีความสุข

              16. ฉันรักเสียงของคุณเวลาที่โทรมาหาฉัน

              17. ฉันรักในความฉลาดและความช่างคิดของคุณ

              18. ฉันรักคุณ เพราะคุณสามารถเข้าได้กับทุกคนที่รู้จัก โดยเฉพาะกับครอบครัวของฉัน

              19. ฉันรักในทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณสนใจ

              20. ฉันรักที่จะใช้เวลาแห่งความสุขกับวันพักร้อน กับคนที่ฉันรักเช่นคุณ

              21. ฉันรักเวลาที่ฉันรู้สึกว่าทุกอย่างเป็นไปได้ เมื่อฉันอยู่กับคุณ

              22. ฉันรักในความอารมณ์ขันของคุณ

              23. ฉันรักเวลาที่คุณทำให้ฉันรู้สึกเป็นคนสำคัญ

              24. ฉันรักในการแต่งตัวของคุณ

              25. ฉันรักในสิ่งที่คุณเป็น

              26. ฉันรักในความเป็นกันเองของคุณ

              27. ฉันรักเวลาที่คุณคอยดูแล และเอาใจฉัน

              28. ฉันรักในความสามารถของคุณ เวลาที่คุณพาฉันผ่านช่วงเวลาอันเลวร้าย

              29. ฉันรักคุณทุกครั้งที่คุณพยายามทำทุกอย่างเพื่อจะบอกว่า "คุณรักฉัน"

              30. ฉันรักและชอบมองเวลาที่คุณตัดผมใหม่ๆ

              31. ฉันรักในทุกส่วนของตัวคุณ

              32. ฉันรักในความจริงว่าคุณต้องการฉัน และต้องเป็นฉันคนเดียว

              33. ฉันรักในความรู้สึกของฉัน เวลาที่ฉันอยู่กับคุณ

              เอ... แล้วคุณล่ะ "รัก" เค้าคนนั้น เพราะอะไร...?

    January 28

    ฟัง...ซิ ฟังจังหวะ

     

    ทุกชีวิตมีจังหวะ...ช้า...เร่ง...เร็ว...ล้า...นิ่ง...หยุด...
    เคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้ชีวิตที่มีความสุขก็คือ...
    เราต้องเดินให้ถูกจังหวะของชีวิตในขณะนั้น
    จังหวะชีวิตก็เหมือนจังหวะดนตรีมีช้า  เร็ว  สนุกสนาน
    โหยเศร้า...บ้าคลั่ง  เมื่อเราต้องโลดเล่นไปตาม
    "เพลงชีวิต" เหมือนนักเต้นรำ  แน่นอนละ 
    สิ่งสำคัญคือต้องฝึก  เพื่อจะให้เต้นเป็น...เต้นดี
    เต้นถูกจังหวะ...เต้นเก่ง
    ฝึกข้อแรกคือ "ฟัง" จับจังหวะของเพลงให้ได้
    "ทุกขณะ คือจังหวะ ลีลาใหม่  เราต้องพร้อม
    ดู / ฟัง...จังหวะใด  วิ่ง / เต้น / หยุด
    ระวัง ระไวไม่ผิดเพลง" ในชีวิตประจำวันก็เช่นกันนะ
    จำเป็นที่เราจะต้องฟัง  "จังหวะ" ประจำวันด้วย  รู้ว่า "เป้าหมาย"
    ของวันนี้คืออะไร  ง่ายหรือยาก มีอุปสรรคมั้ย...
    ทำอย่างไรจึงจะจัดการให้สำเร็จ  ต้องเร่งจังหวะความขยัน
    ความใส่ใจลงไปมากน้อยแค่ไหน บางวันจัวหวะจะเนิบนาบ
    เพราะต้องการให้เรารอบคอบกับสิ่งที่กำลังตัดสินใจ
    ใช้เวลาไตร่ตรองก่อนลงมือเลือก.......
    "ช้าช้า  แต่อย่าหยุด  ค่อยค่อยรุดใจจดจ่อ  รอบคอบอย่างรู้รอ
    เติมแต้มต่ออย่างช้าช้า" ขณะที่บางวันจังหวะชีวิตจะกระฉับกระเฉง...คึกคัก
    ปลุกเร้าชวนให้กระตือรือร้น หรือมี "กิจกรรม" ที่รอให้เราลงมือทำ
    ให้ความสนใจแบบ "เต็มร้อย" เหมือนนักกีฬาที่กำลังจะเข้าเส้นชัย...
    อีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงจุดหมาย ในเวลาอย่างนี้ ถ้าเราเต้น
    "ผิดสเต็ป" เฉื่อยชา ผัดวันประกันพรุ่งแบบไม่เป็นไร
    ถึงก็ช่างไม่ถึงก็ช่าง...ในที่สุดเราก็จะเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย
    ก็คงต้องรอโอกาสหน้าที่จะมาถึง(ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่...ต่อไป)
    เมื่อฟังจนจับจังหวะได้แม่นแล้วก็ต้องเต้นให้ลงจังหวะ
    เต้นให้ถูกจังหวะ จะเต้นช้า จะหมุนตัว หรือกระโดดโยกไปมา
    ก็แล้วแต่ลีลาเพลงในแต่ละวัน หรือในช่วงชีวิตนั้นจะพาไป
    เร่งฝีเท้าเมื่อควรเร่ง วิ่งเมื่อควรวิ่ง สนุกกระโดดโลดเต้น
    ในยามสนุก...สนาน ผ่อนแรงพักเมื่อรู้สึกเมื่อย
    "ทุกขณะ เราต้องฟัง วางจังหวะ...จะไปไหน
    รู้ทิศทางกำลังเท้าเท่าทันใจ ก้าวออกไปเมื่อพร้อม...
    ย่อมเป็นสุข"
    January 27

    --ข้อแนะนำวิธีประหยัดค่าโทร--

     

    ข้อแนะนำวิธีประหยัดค่าโทร..

    ถ้าคุณเป็นแฟนคนหนึ่งที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอกันบ่อยๆแต่คุณก็
    คิดถึงเขา
    อยากจะบอกเขาจึงต้องใช้วิธีโทรหาเขาตลอด
    หรือให้เขาโทรมาบอกบ้าง
    จนเป็นกิจวัตรประจำวันว่าคิดถึงเหมือนกัน
    ซึ่งนั่นหมายถึงค่าโทรศัพท์ที่เกิดขึ้น
    ++++++++++++

    จึงขอแนะนำวิธีการลดค่าโทรศัพท์สำหรับกรณีนี้
    โดยเฉพาะดังนี้ 
    -*-*-*-*-*-*-
    1. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของแฟน
    ในมือถือเครื่องของคุณ
    โดย Save  Name
    +++ว่า”คิดถึงเหมือนกันนะ” +++
    แทนชื่อแฟนของคุณ

    2. Save เลขหมายโทรศัพท์ ของคุณ ในมือถือของแฟนโดย
    Save Name

    +++ว่า”คิดถึงนะ”แทนชื่อของคุณ +++
    3. เมื่อถึงเวลาที่จะต้องโทรหากัน คุณก็โทรหาแฟนสัก
    >>>1 -
    >>> >>2 
    >> >>>>>ตู๊ด
    แล้ววางสาย เครื่องของแฟนก็จะ  Show Miss Call
    เมื่อList ดู ก็จะพบข้อความว่า “คิดถึงนะ”
    4. เช่นเดียวกัน
    เมื่อแฟนต้องการจะตอบว่าคิดถึงเหมือนกัน

    ก็ให้โทรหาคุณแล้ววางสาย  Show Miss Call เมื่อList

    ดูคุณก็จะพบข้อความว่า  “คิดถึงเหมือนกัน "
    เท่านี้คุณสามารถก็ประหยัดค่าโทรไปได้อย่างน้อยก็วันละ6 บาท

    ***เป็นไอเดียที่ได้มาจาก FW MAIL คิดว่า น่ารักดี
    และอาจจะมีประโยชน์ ***

    เลยอยากเอามาแบ่งปัน  กันน่ะ,,,,,อิอิอิอิอิ,,,,,

    January 23

    ขอบคุณ

    จากเมื่อวานที่ไม่มีสักครั้งที่ใคร
    หันมามองที่ฉันก้อแค่คนไร้ค่าคนหนึ่ง
    แต่มีเธอเท่านั้นที่มาดูแลหัวใจ
    บอกว่าฉันสำคัญ
     อยากขอบคุณเธอสักครั้ง
    และอยากตอบแทนหัวใจ
    ที่เธอให้มาจากคนตัวเล็กๆ
     ที่บังเอิญเธอถ่อมตัวมาสนใจ
    อยากขอบคุณเธอสักครั้ง
    แม้อาจจะเป็นถ้อยคำที่ดูน้อยไป
    ไม่เพียงพอกับใจที่ฉันต้องการบอกเธอ
    หากฉันมีสิ่งดีๆ สักนิด
    ที่พอให้ความสุขกับเธอ
    ก้อจะยอมยกให้ทุกอย่าง
    ตอบแทนความใจดีที่เธอ
    เผื่อมีให้กันมีให้ฉันเรื่อยมา
    บอกกับเธอได้เพียงว่าฉันยังไม่เคยรู้สึกอย่างนี้
    เมื่อเจอใครๆ ฉันจะมีเธอเท่านั้น
    ฉันจะมีเธอเท่านั้นอยู่ภายในใจ
    January 21

    ทฤษฏีตะเกียบ

    "ไม้ไผ่หนึ่งอัน" กับ"หัวใจหนึ่งดวง" ก็เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
    แต่ถ้าเรารวมไม้ไผ่สองอันรวมหัวใจสองดวงให้อยู่...ร่วมกัน
    "พลังคู่" ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ๆ
    "ตะเกียบ" ไม้ไผ่อันเล็ก ๆ ดูเผิน ๆ ก้แค่ไม้ไผ่ธรรมดา
    แต่ถ้าเราเลือกไม้ไผ่อีกอันหนึ่งที่มีขนาดใหญ่แตกต่างกัน
    และลงมือเหลา...เกลาจนกลมเกลี้ยง ลองใช้นิ้วคีบดูความถนัดแล้วลงมือฝึก
    ไม่ว่าจะใช้พุ้ยข้าวต้ม ข้าวสวย ชิมอาหาร หรือจัดการกับเส้นก๋วยเตี๋ยว
    "ตะเกียบ" ไม้ไผ่อันเล็ก ๆ ธรรมดาเมื่อรวมกันเป็นคู่....ก็สามารถเปลี่ยนแปลง
    วัฒนธรรมการกินของมนุษย์ให้สะดวกขึ้นอย่างน่าทึ่ง
    ไม่ต่างจากเรื่องของหัวใจ.....ตะเกียบแต่ละข้างยังต้องใช้เวลาในการเหลา...
    เกลาให้เป็นคู่ที่เหมาะเจาะลงตัวการเรียนรู้หัวใจของคนสองคนก็ต้องการเวลา
    ในการ "เกลา" ให้เข้ากันได้...เหมือนกัน
    กว่าจะคีบตะเกียบได้คล่องแคล่วถนัดมือ ก็ต้องอาศัยเวลา ไม่ต่างจากการ
    ที่คนสองคนใช้เวลาเรียนรู้ธรรมชาติ ความเป็นตัวของตัวเอง สิ่งที่ชอบหรือไม่ชอบของกันและกัน
    "เมื่อเราลงมือเหลา
    ค่อย ๆ เกลาเอาใจใส่
    เปลี่ยนได้ก็ปรับไป
    ยอมรับได้ก็ยินดี"
    ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่นฝ่ายหนึ่งไม่พิสมัยผักชีเลยทั้งกลิ่นและรสชาติ
    เช่นเดียวกับอีกฝ่ายหนึ่งก็ไม่พึงประสงค์น้ำมันกระเทียมเจียวทุกกรณี
    (ลองแยกกันสั่งคนละจานดูสิ...แล้วที่จริงเราอยากนั่งกินข้าวด้วยกันไม่ใช่เหรอ)
    ฝ่ายหนึ่งเคร่งครัดกับเวลานัดมากๆ ขระที่ฝ่ายหนึ่งรู้สึกว่าการสายนิดหน่อย
    เป็นเรื่องที่น่าจะรอ...และอภัยให้กันได้
    (ส่งเสียงหวาน ๆ ทางโทรศัพท์เตือนเป็นระยะก็ได้นี่น่า หรือบอกสักนิดว่า
    อีกประเดี๋ยวก็จะถึงแล้ว หรือก่อนจะถึงอุรหภูมิห่งความโกรธก็น่าจะลอง
    ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นอีกฝ่ายถึงฝ่าการจราจรมาล่าช้าอย่างนี้ บางที่เขาอาจต้องการคนปลอบขวัญ
    และฟังว่าต้องผจญอะไรมาบ้าง...แต่การปล่อยให้คนที่เรารู้ว่าเขารอ...ร้องเพลง
    ร้องนาน ๆ ก็ไม่เหมาะนะ คิดถึงตอนที่เราเป็นฝ่ายรอบ้างแล้วจะเข้าใจ..
    เราจะเจอกันเพราะคิดถึงกัน อยากใช้เวลาร่วมกันไม่ใช่เหรอ ท่องไว้อย่าลืม)
    ฝ่ายหนึ่งโปรดปรานการช้อปปิ้งแต่อีกฝ่ายจะไปศูนย์การค้าต่อเมื่อมีจุดประสงค์
    ชัดเจนและมุ่งตรงไปซื้อ...เท่านั้น(ไปด้วยกันแต่แยกกันทำกิจกรรมก็ได้นะ
    เธอไปซูเปอร์มาร์เก็ต ฉันไปร้านหนังสือ แล้วมาเจอที่ร้านกาแฟก็แล้วกัน
    แต่อย่าลืมว่า บางทีอีกฝ่ายก็อยากมีที่ปรึกษาช่วยกันเข็นรถอยู่ใกล้ๆ
    ช่วยคำนวณงบประมาณหรือตัดสินใจของชิ้นใหญ่ ๆ ร่วมกัน หรือชี้ชวนกันดูหนังสือ
    เทปเพลง หนังแผ่นใหม่ ๆ ช่วยกันเลือกช่วยกันวิจารณ์ ลึก ๆ แล้วอีกฝ่ายอาจจะหวังดีอยากเติมอาหารสมองให้ก็ได้นะ)
    ฝ่ายหนึ่งร้องไห้จะเป็นจะตายกับหนังรักโสก อีกฝ่ายร้องยี้ (ในใจ) หนังวิทยาศาสตร์
    ไฮไฟคุ้มค่าตื่นตาตื่นใจกว่าเยอะ (ถ้าไม่สามารถเข้าไปนั่งเป็นเพื่อน ตามข้อตกลงว่า
    ครั้งนี้เธอเลือกครั้งหน้าฉันเลือกก็คงต้องใช้วิธีแยกโรงกันดู หรือถ้ายังอยาก
    เก็บเวลาไว้ใช้ด้วยกันจะลองเช่าหนังแผ่นมาดูที่บ้านก้ได้...เพราะเราสามารถหาเหตุเดิน
    ไป ๆ มา ๆ ไม่ต้องนั่งตรึงอยู่จนจบเรื่อง แต่ที่สำคัญก็คืออย่าพึงล้อเลียนพฤติกรรม
    ความสำราญไม่ว่าจะเป็นความซาบซึ้งจนน้ำตาร่วง หรือหลุดออกท่าทางในบางครั้ง
    ถ้าไม่ใกล้ชิดขนาดนี้มีรึจะได้สัมผัสมุมนี้...ใช่มั้ย)
    อีกฝ่ายชอบปรึกษาเรื่องงาน แต่อีกฝ่ายเห็นว่าเวลางานควรจะอยู่แต่ที่ทำงานเท่านั้น
    ไม่ควรแผ้วพานเวลาส่วนตัว (นี่คือเรื่องของการผลัดกันใช้หูเพื่อฟังเมื่ออีกคนหนึ่งพูด
    และเมื่อเราพูด เราก็ต้องการหูที่จะฟัง...สังเกตไหมว่า เราคุยเรื่องสัพเพเหระกับเพื่อน ๆ
    ได้หลายคน แต่สำหรับเรื่องบางเรื่องเราต้องเลือกคนที่จะฟัง น่าคิดนะว่าทำไมเขาถึง
    เลือกที่จะเล่าและปรึกษาในเรื่องที่สำคัญ ๆ กับเราก็เป็นเหตุผลเดียวกันที่เราเลือกให้เขา
    เป็นผู้ฟังนั่นแหละ แต่วันไหนที่เราไม่พร้อมจะเป็นหูรับฟังเรื่องหนัก ๆ ละกัน
    เรื่องนี้บอกกล่าวกันได้...บอกอ้อม ๆ ว่าวันนี้เครื่องฟังไม่ค่อยพร้อม หรือบอกตรง ๆ ว่า
    ฟังได้แต่ได้ไม่นานนะ และเมื่อหูเราพร้อมจะฟังเมื่อไหร่ เราเสียอีกที่จะรีบติดต่อกลับไป...
    ก้เราอยากแบ่งปันทั้งทุกขืและสุขให้กันมิใช่หรือ)
    ระหว่างการใช้เวลาทั้งเหลา..ทั้งเกลา..หัวใจ เรจะพบเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา
    เป็นโจทย์ให้คนสองคนตอบพิสูจน์ว่าสามารถเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง ปรับตัว...
    หรือยืดหยุ่นกับอีกฝ่ายหนึ่งได้แค่ไหน และนั่นก็คือคำตอบที่เราจะได้รับ
    เมื่อตะเกียพบคู่...เมื่อหัวใจสองดวงเกิดความรัก สิ่งที่ควรตระหนักคือ"พลังคู่"
    พลังคู่คือพลังบวก ก็เหมือนการประสานของไม้ไผ่สองอัน สองแขนสองขา
    สองขาที่ช่วยให้เราลงมือทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้หลายอย่าง
    พลังบวกเกิดจากการประสานพลัง...ผสานหัวใจของคนคู่ ที่ร่วมกันจุดประกายลงมือ
    ลงแรงสร้างสรรค์งาน...ใช้ชีวิตด้วยกัน แต่ที่ต้องไม่ลืมคือ เมื่อสิ่งสองสิ่งมาอยู่ร่วมกัน
    หากไม่ทำให้เกิดประกายแห่งพลังบวกมันจะกลายเป็นพลังต้านเชิงลบทันที
    เราอย่าสำคัญผิดว่าตะเกียบข้างหนึ่งมีความสำคัญมากกว่าตะเกียบอีกข้างหนึ่ง
    อย่าหลงคิดเปรียบเทียบว่าอีกสิ่งหนึ่งดีกว่า เหนือกว่า เสียสละมากกว่า หากคิดเช่นนั้น
    พลังบวกจะไม่มีทางเกิดขึ้น น่าเสียดายถ้าเราจะปล่อยให้พลังบวกหายไป
    เพียงเพราะการเปรียบเทียบการยึดถือว่าตัวเราดีกว่า เหนือกว่า สำคัญกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง...
    ถ้าคิดอย่างนี้พลังของตะเกียบคู่จะเกิดขึ้นได้อย่างไร
    "เมื่อเราลงมือเหลา
    ค่อยๆเกลาเอาใจใส่
    เปลี่ยนได้ก็ปรับไป
    ยอมรับได้ก็ยินดี
    พลังคือสองเรา
    รวมกันเข้าจนได้ที่
    พลังบวกที่เรามี
    คือทฤษฏี...ตะเกียบคู่"
    เมื่อเหลาไม้ไผ่สองอัน เมื่อเกลาหัวใจสองดวงได้ลงตัว
    มันกลายเป็นความรัก กลายเป็นตะเกียบ...คู่พิเศษขึ้นมาแบบนี้แหละ
     
    January 13

    เหนื่อย

    เหนื่อย!!!
    January 08

    เรียนบรรณารักษณ์จบมาทำไร?

    อะอะ....มันไม่ใช่อย่างที่คิดนะจ้ะ   พี่แสนรู้ขอบอก...
    ในยุคปัจจุบันถือกันว่าเป็นยุคแห่งสังคมสารสนเทศ ที่ข้อมูลข่าวสารมีมากมายหลากหลาย
    แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถนำเอาทรัพยากรสารสนเทศที่มีคุณค่าเหล่านี้
    มาใช้ให้เกดิประโยชน์สูงสุด หากจะเปรียบบรรณารักษณ์และนักสารสนเทศ
    ก็คือชาวประมงผู้ชาญฉลาดมีเครื่องมือ คือ แห อวน อันทรงอานุภาพจับปลา
    เหล่านั้นมาขายแล้วไม่ใช่ขายธรรมดา ต้องสามารถจำแนกปลาแต่ละประเภทได้อีกด้วย...
    เพื่อให้เหมาะกับลุกค้าที่จะมาซื้อหาไปทำการอื่นไดต่อไป
    บรรณารักษ์ สารนิเทศศาสตร์ สารสนเทศศาสตร์ ล้วนแต่มีกำเนิดและมีเนื้อหาหลัก
    วิชาตรงกันทั้งสิ้น คือ การสร้างนักวิชาชีพในด้านการจัดการข้อมูลข่าวสาร
    ให้เกิดระบบตั้งแต่แสวงหาสารสนเทศ การจัดเก็บ การนำออกมาใช้ การให้บริการ
    ซึ่งงานลักษณะนี้ สาขาวิชาชีพอื่น ๆ ไม่สามารถจะทำแทนกันได้
    ต้องเป็นผู้ที่จบในศาสตร์เหล่านี้จริง ๆ เท่านั้น...
    วิชาในหลักสูตรนี้ จะมีทั้งวิชาด้านการวิเคราะห์เนื้อหาและการจัดการสารสนเทศประเภทต่าง ๆ
    เป็นวิชาหลักเพื่อให้สามารถจำแนกแยกแยะว่าสารสนเทศเนื้อหาแบบใด
    ควรจัดการอย่างไรให้เหมาะสมกับผู้ใช้และวิชาด้านเทคนิคต่าง ๆ
    ซึ่งในปัจจุบันต้องเรียนวิชาด้านคอมพิวเตอร์ทั้งการทำเว็บไซต์ การวิเคราะห์แพฒนาระบบสารสนเทศ ฯลฯ
    รวมทั้งวิชาด้านการประชาสัมพันธ์ และการให้บริการอีกด้วย